การตั้งราคาขายรถยนต์มือสองมีเกณฑ์อะไรบ้าง

การตั้งราคาขายรถมือสอง การขายรถมือสองใช่ว่าอยากจะขายราคาเท่าไหร่ก็สามารถตั้งได้ เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นก็มีราคากลางในการจำหน่ายเช่นเดียวกัน แล้วเกณฑ์ในการกำหนดราคารถมือสองมีอะไรบ้าง

สําหรับผู้ที่จะลงประกาศขายรถยนต์ด้วยตัวเอง โดยไม่ผ่านเต็นท์รถยนต์ สามารถกําหนดราคาได้อย่างหลากหลาย โดยการกำหนดราคาของรถยนต์ มือ สองนั้น ขึ้นกับสภาพของรถที่เพื่อนๆ นำไปลงประกาศ

สําหรับการฝากขายในเต็นท์รถยนต์นั้นจะมีการหักค่าวางขายที่ 10% แต่ว่า สําหรับเพื่อ การประกาศขายรถยนต์ บนอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถตั้งราคาได้ง่ายดายเสียยิ่ง กว่า แล้วจะทราบได้เช่นไรว่าราคามากแค่ไหน ก็เลยจะสมควร

เกณฑ์การตั้งราคาขายรถมือสอง ดังนี้

1. ราคากลางของตลาด ยึดประกาศราคากลางของการขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มือสองจากกรมการขนส่งทางบกเป็นแนวทางในการตั้งราคา

ทางกรมการขนส่งทางบกจะออกเกณฑ์ราคาของรถทุกรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถสำรวจเพิ่มเติมสำหรับราคากลางของรถรุ่น และปี ที่จะวางขาย จากแหล่งซื้อ-ขายรถมือสองที่น่าเชื่อถือ เช็คอีกครั้งด้วยเครื่องมือช่วยประเมินราคารถ เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นกลางที่สุด โดยราคากลางของรถยนต์ทุกรุ่นในปี 2561

2. ประวัติรถ

ติดต่อตัวแทนประกันรถยนต์ เพื่อเช็คประวัติการซ่อม และการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละเดือน โดยประกันรถยนต์จะตรวจสอบ และมอบรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมไปถึงประวัติการซ่อมแซมที่อาจหลงลืมให้ นอกจากนี้ประกันยังช่วยเช็คตัวเลขไมล์บนหน้าปัด ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวช่วยให้สามารถตั้งค่าเสื่อมสภาพของรถที่เหมาะสมได้

3. การปรับแต่งตัวรถ

การแต่งรถที่นอกจากเรื่องของความสวยงาม หรือแต่งเพื่อโชว์อัตลักษณ์เฉพาะบุคคลแล้ว การแต่งรถให้มีน้ำหนักเบา ช่วยลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิง และช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เป็นข้อดีเล็กๆ ที่ทำให้เพิ่มมูลค่าให้กับรถของเพื่อนๆ ได้ เพราะในยุคนี้ใครๆ ก็อยากได้รถที่ประหยัดน้ำมัน แต่ว่าถ้าติดถังแก๊ส LPG หรือ NGV กลับกลายจะเป็นการลดมูลค่าให้รถยนต์ลงนะคะ ฉะนั้นควรเช็คตัวเองดีๆ ว่าซื้อมาเพื่อใช้ หรือมีแพลนจะขายรถต่อในเวลาอันใกล้ไหม ไม่เช่นนั้นอาจขายได้ในราคาที่ต้องการไม่ได้

4. สถานะการเงินของรถ

สถานะการเงินของรถเป็นหนึ่งใน การตั้งราคาขายรถมือสอง การขายรถให้ได้ราคาดีควรเป็นรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว และเป็นชื่อของเราจริงๆ เพราะการซื้อรถที่ยังผ่อนไม่หมดนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องยากพอสมควร หากต้องมีการเจรจากับไฟแนนซ์ แล้วอีกอย่างเงินที่เราได้จากการขายรถก็อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากต้องนำไปโป๊ะไฟแนนซ์อีก ทางที่ดีควรใช้วิธีขายราคาดาวน์ และนำสัญญาผ่อนไปรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้ซื้อทำการผ่อนต่อจะดีที่สุด

5. ตั้งเป้าหมายราคาขาย

ดูว่าเราต้องการขายรถในราคาเท่าไหร่ แล้วตั้งเป้าหมายไปเลย หากต้องการขายให้ได้เงินเพิ่ม 10% สามารถคำนวณง่ายๆ ได้ดังนี้

หักค่าเสื่อม 25% จากราคาเดิม (รถขับหนึ่งปี) บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตัวอย่างเช่น

ราคาเดิม (รถอายุหนึ่งปี) 7 แสนบาท

ค่าเสื่อมสภาพ 25% = 175,000 บาท + ภาษีฯ 7% (12,2500 บาท) = 187,250 บ.

ดังนั้น 10% สำหรับต่อรองราคาจะอยู่ที่ 187,250 บาท

6. คู่มือประกอบรถ หรือ Service Book

ทั้งคู่มือประกอบรถ หรือ Service Book เป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชื้อรถของเพื่อนๆ ได้ โดยประวัติการบำรุงรักษาจะถูกระบุอยู่ภายในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเมื่อมีการยืนยันประวัติที่ดีจากทั้งการจ่ายเบี้ยประกัน และการบำรุงรักษาแล้ว สิ่งนี้จึงจะช่วยให้การขายรถมือสองไม่ใช่เรื่องยากของการขาย

 

ซื้อรถ มือสอง