นักมวย ดังถูกยิงดับปริศนา หลานชายเมียวัย 14 สารภาพเป็นคนลั่นไก แต่ครอบครัวไม่เชื่อ

ครอบครัวแฉพิรุธ-เงื่อนงำ นักมวย ดังถูกยิงดับปริศนา เด็กชายวัย 14 หลานชายของภรรยา สารภาพเป็นคนลั่นไก

เมื่อวานที่ (25 มิถุนายน 63) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายนัทธี อายุ 78 ปี นางกิมห้อง อายุ 73 ปี และนางสาวชวพร อายุ 44 ปี พ่อ แม่ น้องสาว รวมทั้งญาติพี่น้อง เดินทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อความช่วยเหลือและคืนความเป็นธรรมให้กับ นายโอภาส อายุ 46 ปี หรือชื่อในการชกมวยคือ รุ่งศักดิ์เล็ก ศิษย์ครูศักดิ์ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 29 พ.ค.63 ขณะภรรยาโทรให้มาหา

หลังเกิดเหตุ เด็กชายเอก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี หลานภรรยาผู้ตาย เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ไชยา รับสารภาพว่าเป็นมือปืนก่อเหตุยิงอดีตนักมวยเสียชีวิต พ่อแม่และน้องสาวผู้ตายเชื่อเด็กเป็นแพะถูกให้มารับอ้างเป็นมือยิงเพราะกฎหมายไม่สามารถมาเอาผิดดำเนินคดีเด็กได้

น.ส.ชวพร น้องสาวผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่าพี่ชายอยู่กินกับภรรยาคือ น.ส.สุดารัตน์ อายุ 40 ปี มานานกว่า 20 ปี จนมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน หลังเลิกชกมวยก็ออกมาทำงานและเป็นหัวหน้าครอบครัวเลี้ยงดูภรรยากับลูก มาระยะหลังทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะกันเพราะพี่ชายเคยปรับทุกข์กับพี่สาวอีกคน ว่าภรรยาแอบมีกิิ๊กกับชายอื่น แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเพราะพี่ชายภรรยาเป็นพวกมีอิทธิพลพัวพันยาเสพติด เกรงจะไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังพูดว่าทำประกันไว้หากตายไปคนรับผลประโยชน์คือภรรยา

อ่านต่อ

สุดพีค! พบรูปนักเรียนหญิงในหนังสือมือสอง เสิร์ชชื่อเจอเป็นคนในข่าวคดีโหด

เมื่อวันที่ (26 มิถุนายน 63) สุดพีค! กลายเป็นประเด็นที่ถูกแชร์ทั่วโลกออนไลน์ ได้ซื้อหนังสือมือสองชื่อเรื่องว่า แม่มด ที่เป็นวรรณกรรมเยาวชนแต่งโดยโรอัลด์ ดาห์ล แต่กลับมีรูปนักเรียนหญิงชั้น ม.ปลายติดมาด้วย โดยระบุว่า “พอดีซื้อหนังสือแล้วติดมาในเล่มน่าจะเป็นเจ้าของเก่านะคะ เผื่อเจอค่ะ”

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้โพสต์ในเพจกลุ่มรูปเก่า ก่อนจะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย พร้อมเอาชื่อของนักเรียนหญิงในรูปไปเสิร์ชหาในอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่าชื่อกลับไปตรงกับคนร้ายที่ร่วมกับสามี กักขังหญิงสาว 2 ราย โดยแอบอ้างเป็นผู้วิเศษ อ้างว่าสามารถตามหาคน บอกหวยได้ มีคนหลงเชื่อ สุดท้ายคนที่หลงเชื่อโดนจับขังทรมาน เมื่อปี 2551 ซึ่งไม่แน่ชัดนักเรียนหญิงในภาพและสาวในข่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่

อ่านต่อ

ส.ส.ก้าวไกลเชื่อ “ธรรมนัส” งัดกฎหมายต่างชาติเข้าสู้ หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 1 ใน 51 ส.ส.ที่ยื่นคำร้องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.และรัฐมนตรี ของ ร.อ.”ธรรมนัส” พรหมเผ่า เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องดังกล่าวว่า ทางส.ส.ก้าวไกล ยื่นคำร้องไปใน 2 ประเด็น คือ

1.สมาชิกภาพ ส.ส. ของ ร.อ.ธรรมนัส สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีคู่สมรสถือครองหุ้นบริษัท ตลาดคลองเตย 2551 จำกัด ที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ

2.สมาชิกภาพ ส.ส. ของ ร.อ.ธรรมนัส สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีถูกกล่าวหาว่าศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุกคดีเกี่ยวกับยาเสพติด

อ่านต่อ

ดุเหลือเกิน! สาวแบงก์เมืองอุดรฯ ตะคอกลูกค้าสั่งให้ “เงียบ ฟัง ไม่งั้นไล่กลับบ้าน”

เมื่อวันที่(16 มิถุนายน 63 ) ดุเหลือเกิน! อีกหนึ่งคลิปที่ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์ กรณีสาวแบงก์เมืองอุดรฯ ถูกอัดคลิปขณะพูดกับลูกค้าด้วยเสียงดัง และดุดัน สั่งให้ลูกค้าเงียบ ฟัง มิฉะนั้นจะไล่กลับบ้านให้หมด

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปดังกล่าว ระบุพิกัดว่าเป็นธนาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี โดยระบุข้อความว่า การศึกษาก็มี, หน้าตาก็ดี, ทำงานดี, รักษาคำพูดให้มันดีๆ หน่อย

จากบทสนทนาในคลิปความยาวประมาณ 1 นาที สรุปใจความได้ว่า ลูกค้ามีนัดกับหัวหน้าแผนกคนหนึ่งของธนาคาร แต่พนักงานที่รับเรื่องบอกว่าหัวหน้าไม่อยู่ที่นี่ วันนี้ จะเข้ามากี่โมงก็ไม่ทราบ

อ่านต่อ

หนุ่มโพสต์ คลิปแฉซื้อผลไม้ถูกโกงตราชั่ง แม่ค้าโต้กลับ เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วได้มาตรฐาน

หนุ่มโพสต์ พ่อค้าทุเรียนเชียงใหม่เปิดใจโพสต์คลิปแฉโดนโกงตราชั่ง ซื้อลองกองจากแม่ค้าย่านตลาดวโรรส เอะใจว่าน้ำหนักขาดชั่งอีกร้านเจอหายจริง 2 ขีด ชี้เงินแค่ไม่กี่บาทแต่ยอมไม่ได้เพราะทำพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง

ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ นายตัวโอ เชียงใหม่ ได้โพสต์คลิปพร้อมบอกเล่าประสบการณ์ลงในกลุ่ม เฟซบุ๊ค แฉ เชียงใหม่ เพื่อเตือนภัยและเป็นอุทาหรณ์ โดยบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เจ้าของโพสต์ได้ซื้อลองกองจากแม่ค้ารายหนึ่งที่ตั้งแผงขายที่ตลาดวโรรส ในตัวเมืองเชียงใหม่ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท เมื่อได้รับถุงลองกองจากแม่ค้าแล้ว ไม่เชื่อว่าจะมีน้ำหนักถึง 1 กิโลกรัม เมื่อพยายามจะทวงถามปรากฏว่าแม่ค้ามีท่าทางไม่พอใจ จึงได้เดินข้ามถนนไปขอชั่งที่ร้านผลไม้ที่อยู่ที่ฝากหนึ่งพบว่าน้ำหนักขาดไป 2 ขีด

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ช่วงนี้ผลไม้ออกเยอะ แม่ค้าขายแข่งตัดราคากัน โลซาวบาท (ป้ายเบ้อเริ่ม) ตาชั่งเขา 1 กิโลกรัมก็จริง พอเดินข้ามถนนมา สงสัยลองกองโดนลมหายไป 2 ขีด ภายในไม่ถึง 2 นาที” หลังโพสต์ดังกล่าวนี้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นและแชร์ต่อไปจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิการกระทำของแม่ค้าและบางส่วนบอกเล่าว่าเคยเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ด้วย

อ่านต่อ

สมช.แย้ม ลุ้นสัปดาห์หน้า ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่

สภาความมั่นคงแห่งชาติ เตรียม สัมมนา “เล็ก – ไม่ เลิก” พ.ร.ก. รีบด่วนสัปดาห์หน้า ส่วนวันนี้ พร้อม หารือ Travel Bubble ของ ศบค. ชุดเล็กคราว แรก

วันที่ 16 เดือนมิถุนายน 2563 – พล.อําเภอสม ศักดา รุ่งสตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจ พินิจ การคลายอารมณ์ การบังคับใช้มาตรการ สําหรับในการคุ้มครองป้องกันรวมทั้งยั้งการแพร่ ระบาดของ โรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โควิด-19) เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องการคงไ

อ่านต่อ

พี่สาวเหยื่อถูกญาติ 7 คน รุมข่มขืน ขอย้ายที่อยู่ หลังหนึ่งในผู้ต้องหาได้ประกันตัว

รุมข่มขืน ความคืบหน้าคดี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พาเด็กหญิงเขียว (นามสมมติ) อายุ 12 ปี น้องสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังทราบว่า น้องสาวถูกกลุ่มเครือญาติรวม 7 คนล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 2 ปี จึงมาแจ้งความให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและช่วงเช้ามืดวันที่ 13 มิถุนายน 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้ง 5 คน ได้ที่บ้านพัก ประกอบด้วย

1. นายนายอนันต์ นรินทร์นอก อายุ 51 ปี ลุงเขย
2. นายทรงวุธต์ หันกลาง อายุ 21 ปี น้าเขย
3. นายประเชิญ ชาวปลายนา อายุ 32 ปี น้าเขยเหยื่อ
4. นายพะเยาว์ เรืองฤทธิ์ อายุ 32 ปี ไม่ใช่ญาติ
5. นายสุรัตน์ ภูฆัง อายุ 34 ปี น้าเขย อยู่บ้านเดียวกับเหยื่อ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

ส่วนอีก 2 คน เป็นเยาวชน ต้องรอให้ผู้ปกครองพามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อดำเนินการต่อไป

พี่สาวเหยื่อขอย้ายที่อยู่ หลัง 1 ในผู้ต้องหาได้ประกันตัว

รุมข่มขืน วานนี้ 16 มิถุนายน 63 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านพี่สาวเหยื่อ พบว่ามีสื่อมวลชนมาคอยติดตามเฝ้าทำข่าวอย่างต่อเนื่อง ในหมู่บ้านพบว่ามีชาวบ้านนั่งจับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางรายก็บอกว่าไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะก่อเหตุจริง บางรายก็ไม่เชื่อเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในหมู่บ้าน

ขณะที่พี่สาวเหยื่อเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ทาง ปรับปรุงสังคมรวมทั้งความมั่นคงของคนเรา สุพรรณบุรี มาแจ้งว่า ต้องการจะขอย้ายที่อยู่ก่อน ไหม ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ย้ายที่อยู่ แม้กระนั้น เมื่อพอเพียงมาทราบข่าวสารว่า 1 ในผู้ต้องหาได้ รับการประกันตัวออกมาแล้ว จนถึงมาเดี๋ยวนี้รู้สึก กลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะเหตุว่านาทีนี้ไม่รู้ จักเลยว่ามีคนใดคิดดี คิดร้ายกับตนกันบ้าง ก็ เลยรู้สึกว่าคงจะไม่ปลอดภัย และก็ได้ขอค่า แนะน่ากับทางญาติๆว่าจะขอให้ทางพัฒนาสังคม และก็ความมั่นคงของมนุษย์ สุพรรณบุรี หรือหน่วย งานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องจะขอย้ายที่ อยู่อาศัยชั่วครั้งคราว ไปก่อน ซึ่งจากนี้ไปก็ยังไม่รู้ จักว่าผู้ต้องหาอีก 4 คน จะได้รับการประกันตัว ออกมาอีกไหม จึงจะขอย้ายที่อยู่ก่อน ในช่วงนี้

ผู้ปกครอง 1 ใน 7 คน ไม่เชื่อว่าลูกชายร่วมก่อเหตุ

ส่วนทางด้านผู้ปกครองของ ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ออกมาเปิดเผยว่าไม่เชื่อว่าบุตรชายจะร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ลูกชายได้ถูกกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแจ้งก่อน ก็จะพาตัวบุตรชายไปให้สหวิชาชีพสอบปากคำ สำหรับตัวของเด็กชายออกมาปฏิเสธขอยืนยังว่าไม่มีส่าวนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนทางญาติผู้ต้องหาอีก 4 ราย เปิดเผยว่าอยากจะขอยื่นเรื่องประกันตัวผู้องหาทั้ง 4 ราย แต่ทางครอบครัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย บอกว่าไม่มีหลักทรัพย์และเงินสด ที่จะนำไปใช้ยื่นเรื่องขอประกันตัว จึงต้องปล่อยให้ผู้ต้องหาทั้ง4รายถูกฝากขังที่เรือนจำไปก่อนจนกว่าจะหาหลักทรัพย์มาประกันตัวได้

ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์กับพ่อของนายสุรัตน์ ภูฆัง 1 ในผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัว ซึ่งอยู่คนละหมู่กับบ้านเหยื่อ โดยพ่อผู้ต้องหาเปิดเผยว่ามาถึงตอนนี้ยังไม่เชื่อว่าบุตรจะก่อเหตุข่มขืนเหยื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาได้สอบถามเค้นกับลูกชายมาแล้ว ลูกชายก็ยังยืนยันปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำกับเหยื่อตามที่ถูกกล่าวหา

อ่านต่อ

ปักกิ่งหวนใช้มาตรการ “ภาวะสงคราม” รับมือ “โควิด-19” ระบาดรอบสอง

“ภาวะสงคราม” ทางการกรุงปักกิ่งหวนกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้น พร้อมตรวจหาเชื้อในหมู่ประชาชน หลังจากพบคลัสเตอร์ใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนา ในตลาดขายส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดของเมือง และส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะมีการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สอง

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงานว่า มีการพบผู้ป่วยโรค โควิด-19 รายใหม่ จำนวน 36 คน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 79 คน ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับตลาดซินฟาตี้ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง ซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งผักและผลไม้สดขนาดใหญ่ รวมทั้งเนื้อสัตว์และอาหารทะเล และยังเป็นพื้นที่แออัด มีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ตลาดแห่งนี้ปิดทำการตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่เชื้อไวรัสได้แพร่กระจายไปยังมณฑลเหลียวหนิงและเหอเป่ย ซึ่งพบว่าผู้ป่วยใหม่ 5 คน มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในกรุงปักกิ่ง

“ภาวะสงคราม” การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดของจีน ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกเกี่ยวกับการระบาดระลอกที่สอง และมีความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับในการระบาดครั้งก่อน แม้จะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักก็ตาม

เขตเฟิงไท่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดซินฟาตี้ ประกาศใช้ “กลไกภาวะสงคราม” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการ เพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส พร้อมประกาศล็อกดาวน์เขตที่อยู่อาศัย 11 แห่ง รอบตลาด โดยสั่งห้ามผู้คนเข้าออกอย่างเข้มงวด ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องวัดอุณหภูมิและรายงานต่อเจ้าหน้าที่ทุกวัน ส่วนอาหารและสิ่งของจำเป็น จะมีผู้นำมาส่งให้ที่บ้าน

อ่านต่อ

รวบ “ไปป์ บ้านเกาะ” ขาใหญ่เมืองโคราช รุมยำคู่อริถึงตาย หนีคดีนาน 5 ปี

ตำรวจกองปราบปราม จับกุม นายศุภลักษณ์ หรือ “ไปป์ บ้านเกาะ”  (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ 240/2558 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2558 ซึ่งต้องหาว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” โดยถูกจับกุมได้ที่ หมู่ที่ 8 ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558 นายภูวดล (สงวนนามสกุล) ผู้ตาย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อนสนิท เพื่อไปหาแฟนสาวที่ชุมชนเกาะราษฏร์สามัคคี ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อไปถึงปากซอยเข้าบ้านแฟนสาว พบกับนายศุภลักษณ์ หรือ ไปป์ ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนักเลงเจ้าถิ่นขาใหญ่คุมพื้นที่ในละแวกนั้น นั่งดื่มสุรากับเพื่อน 4 คน ที่เพิงริมถนนปากซอยดังกล่าว ก่อนหน้านี้ นายภูวดล ผู้ตาย กับนายศุภลักษณ์ ได้มีเรื่องไม่พอใจกันมา คือชอบผู้หญิงคนเดียวกัน จึงได้เขม่นกันมาโดยตลอด และนายศุภลักษณ์ หรือไปป์ ข่มขู่ห้ามนายภูวดล ผู้ตายเข้ามาในชุมชนที่ตนอยู่ หากไม่เชื่อจะเจอดี แต่นายภูวดล ไม่ทำตาม และได้ชวนเพื่อนสนิทขับรถจักรยานยนต์มาหาแฟนสาวอีก

อ่านต่อ

“เฟิร์ส” หนึ่งในแก๊งปาร์ตี้บางบัวทอง ถูกศาลยกเลิกประกัน หลังไม่ค่อยชาร์จแบตกำไล EM

วันที่ 15 มิถุนายน 63 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี หลังจากที่ น.ส.พิกุล ทอง หรือ เฟิร์ส บุญภา อายุ 26 ปี หนึ่งในสมาชิกของแก๊ง ปาร์ตี้บางบัวทอง ถูกเจ้ากี้เจ้าการชุดปฏิบัติการติดตามจับกุม ตัว ถึงที่เหมาะตลาดโรงเกลือท่าล้อ ตําบลท่าล้อ อําเภอท่า ม่วง จังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อตอนเวลาเช้าวันเดียวกัน ตามหมายจับของศาลจังหวัดจังหวัดนนทบุรี ที่ 264/2563 ระบุวันที่ 12 มิ.ย.63 หลังจากพบว่า น.ส.พิกุลทอง กระท่าผิด ข้อจํากัดของศาล โดยไม่มีระเบียบสําหรับในการใช้อุปกรณ์ ควบคุม ไม่ค่อยชาร์จไฟจําต้องให้ทางเจ้าหน้าที่โทรรอแจ้ง เดือน ตลอด ศาล ก็เลยยกเลิกสัญญาประกัน ฐานขัดคําสั่งศาล ตามหลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยอุปกรณ์อิเลคทรอนิค (EM) ในคดีช่อง ขโมยกับกลุ่มงานเลี้ยงบางบัวทองศา ก่อนที่ จะถูกควบคุมตัวกลับมาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี

อ่านต่อ