วัดนันทาราม

วัดนันทาราม เดิมชื่อวัดใต้ อยู่ถนนชายน้ำ ปากพนังฝั่งตะวันออกเป็นวัดที่ประดิษฐานหลวงพ่อผุด พระพุทธรูปหินทรายแดง ศิลปสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดยังได้เก็บรักษาศิวลึงค์องค์ใหญ่องค์หนึ่งพบที่โบราณสถานเขาคา

อายุประมาณ 1,200 ปี ในราวศตวรรษที่ 12–14 สลักจากหินปูนและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่พบในภาคใต้

วัดนันทารามตั้งอยู่ที่ถนนชายน้ำ ปากพนังฝั่งตะวันออก เดิมชื่อวัดใต้ฝั่งออก เพราะตั้งอยู่ทางตอนใต้ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปากพนัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2375 อ่านต่อ

วัดพุทธนิมิตร

วัดพุทธนิมิตร อยู่บนยอดเขาภูค่าว บริเวณยอดเขาด้านทิศตะวันตกมีพระนอนแกะสลักบนแผ่นผาผายุนับพันปี เป็นที่เคารพสักการะของชาวกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบสถ์ที่ประดับตกแต่งสวยงามและวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระเครื่องจำนวนมาก

มีงานเฉลิมฉลองพระพุทธไสยาสน์ในวันสงกรานต์ ประตูทางเข้าพระธาตุเจดีย์ เป็นไม้แผ่นชิ้นเดียวขนาดใหญ่แกะสลัก ข้างในพระธาตุเจดีย์งามตระการตา พื้นปูด้วยไม้แผ่นขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธนิมิตเหล็กไหล” ทั้งองค์มีเนื้อสีดำ ประทับอยู่บนฐานไม้ ส่วนรอบ ๆ

ภายในพระมหาธาตุเจดีย์ จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานรายรอบเต็มไปหมด แต่ข้างในค่อนข้างมืดเพราะยังไม่มีการติดไฟฟ้าแสงสว่าง ทำให้การถ่ายภาพลำบากเล็กน้อย ภายในกว้างใหญ่สามารถจุผู้คนได้หลายร้อยคน และอาจจะเกือบถึง 1,000 คน บริเวณยอดเขาด้านทิศตะวันตกมีพระนอนแกะสลักบนแผ่นผาผายุนับพันปี เป็นที่เคารพสักการะของชาวกาฬสินธุ์

พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว มีพุทธลักษณะเป็นพระนอนปางไสยาสน์ คือ พระเศียรหนุนทับต้นแขน โดยท่อนแขนที่หนุนพระเศียรไม่ได้ตั้งขึ้นและพระหัตถ์ไม่ได้รองรับพระเศียร องค์พระมีลักษณะพิเศษคือ นอนตะแคงซ้ายไม่มีเกตุมาลา

เป็นลักษณะของพระโมคคัลลานะ พระสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า ความยาวตลอดองค์ 2 ม. สูง 0.5 ม. มีทองคำเปลวปิดอยู่ทั่วองค์ ทางวัดจะจัดให้มีงานสรงน้ำพระพุทธรูปไสยาสน์ในวันที่ 19 เมษายน ของทุกปี พระนอนที่สลักบนแผ่นผานี้สร้างขึ้นหลังการสมโภชองค์พระธาตุพนมเล็กน้อย ประมาณปี พ.ศ.8

โดยกลุ่มคนที่จะเดินทางไปร่วมสร้างพระธาตุพนมแต่ไปไม่ทันองค์พระธาตุสร้างเสร็จก่อน จึงร่วมกันสร้างพระนอนองค์นี้ ปี พ.ศ.2484 พระคุณเจ้าสมเด็จพระมหาวีระวงศ์ได้ขึ้นไปตรวจสังฆมณฑลภาคอีสาน และแวะจำวัดกลางมาลัยในเมืองสหัสขันธ์ซึ่งอยู่ห่างจากภูค่าวไปทางตะวันตกราว 8 กม. ในครั้งนั้นท่านได้ไปนมัสการพระนอนที่เพิงผานี้ด้วย เมื่อเสร็จสังฆกิจเสด็จกลับกรุงเทพฯ จึงบัญชาให้อธิบดีกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นปูชนียวัตถุโบราณแห่งแรกใน จังหวัดกาฬสินธุ์

ซึ่งชี้ให้เห็นว่า จะต้องเป็นไม้ที่ได้จากต้นไม้ขนาด 3 คนโอบ

ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากภูสิงห์ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา ความยาวประมาณ 2 เมตร กว้าง 25 ซม. อ่านต่อ

วัดอุดมประชาราษฎร์

วัดอุดมประชาราษฎร์ เป็นโบราณสถานที่มีความเก่าแก่ทางด้านสถาปัตยกรรมและการสอดแทรกเรื่องราวพระเวชสันดร และการดำเนินชีวิตของชาวอีสานสมัยก่อนผ่านการวาดภาพสีบริเวณรอบ โบสถ์

วัดอุดมประชาราษฎร์ มีสิมขนาดใหญ่ขนาด กว้าง 7.85 เมตร ยาว 13.27 เมตร เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2476 ด้วยงบประมาณ 6,000 บาท ด้วยฝีมือของสถาปนิกเป็นช่างญวนชื่อ นายทองคำ จันทร์เจริญ (ทองคำ แซ่อึ้ง) และนายคำมี จันทร์เจริญ

ที่น่าสนใจคือตัวสิมจะมีหลังคา 3 ชั้น มีปีกนกวิ่งรอบตัวสิม มีเสานางเรียงเป็นก่ออิฐโดยมีไม้แกะลายลำยองเป็นนาคข้างละ 5 ตัว โดยหน้าบันของสิมจะมีรูปครุฑและมังกรม้วนหางทั้ง 2 ข้าง บริเวณหน้าบันจะมีนาคมีหงอน 2 ตัว เฝ้าบันไดทางขึ้นสิม ส่วนด้านนอกของสิมจะมีปูนรูปโค้ง ด้านนอกสิม จะมี ฮูปแต้ม หรือ ภาพเขียนสี

เป็นเรื่องราวของพระเวชสันดร พร้อมเขียนด้วยอักษรธรรม โดยช่างแต้มคือ อาจารย์ผาย อยู่บ้านคำเชียงวัน ต.นามะเขีอ อ.สหัสขันธ์ เขียนเนื้อเรื่องตามศรัทธาของผู้ว่าจ้าง อ่านต่อ

วัดบ้านปาง

วัดบ้านปาง เป็นวัดซึ่งครูบาศรีวิชัยบวชเรียนเป็นวัดแรกภายในบริเวณวัดนอกจากจะร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีโบสถ์วิหารสวยงาม และยังมีพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารครูบาเจ้าศรีวิชัย

ซึ่งเก็บของใช้ส่วนตัวของท่านไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่ สบง จีวร หมอน กระโถน และแจกัน เป็นต้น

อยู่บนเนินเขา เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งเกี่ยวกับ อ่านต่อ

หอพระนารายณ์

หอพระนารายณ์ ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินตรงข้ามหอพระอิศวรเป็นโบราณสถานในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไวษณพนิกาย ซึ่งนับถือพระนารายณ์เป็นเทพสูงสุดมีเทวรูปพระนารายณ์ประดิษฐานอยู่อาคารหอพระนารายณ์เดิมไม่สามารถสืบทราบรูปแบบได้แล้ว

สิ่งที่พบภายในหอพระนารายณ์ได้แก่เทวรูปพระนารายณ์สลักจากหินทรายสีเทาทรงหมวกรูปกระบอกปลายสอบและพระหัตถ์ขวาทรงสังข์มีอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ 10-11

นับเป็นเทวรูปที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อ่านต่อ

หอพระพุทธสิหิงค์

หอพระพุทธสิหิงค์ อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์เมืองนครนั้น เดิมเป็นหอพระประจำวังของเจ้าพระยานคร ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางจังหวัด และ ศาลจังหวัด สร้างใหม่แทนหอเดิมใน พ.ศ.๒๔๕๗

เป็นวิหารก่ออิฐถือปูนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แบ่งออกเป็น สองตอน มีผนังก่ออิฐกั้น ตอนน้า เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และมีพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร บุด้วยทองคำ และเงิน อย่างละองค์ ส่วนด้านหลังเป็นที่เก็บอัฐิของตระกูล ณ นคร

ตามประวัติกล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์ สร้างที่ประเทศลังกา เมื่อ พ.ศ.๗๐๐ ด้วยกิตติศัพท์เลื่องลือ ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงาม พ่อขุนรามคำแหง จึงทรงขอให้พระเจ้าศรีธรรมโศกราชจัดส่งราชฑูตไปลังกา ขอพระพุทธรูปองค์นี้มาบูชา

ซึ่งก็ได้มาตามราชประสงค์ ได้อัญเชิญมา ประดิษฐานที่นครศรีธรรมราช จัดงานพิธีสมโภชใหญ่โต เป็นเวลา ๗ วัน พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้ให้ช่างท้องถิ่น จำลองไว้บูชา ๑ องค์ แล้วได้ อัญเชิญไปไว้ ณ กรุงสุโขทัย พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่นครศรีธรรมราชนี้ อ่านต่อ

หอพระอิศวรและเสาชิงช้า

หอพระอิศวรและเสาชิงช้า อยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของพระอิศวรและ ฐานโยนิ รวมทั้งเทวรูปสำริดอีกหลายองค์ อาทิ เทวรูปศิวนาฎราช พระอุมาและพระพิฆเนศ ซึ่งจำลองจากองค์จริงที่เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาตินครศรีธรรมราช

สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา แต่ของเดิมชำรุดไปหมดแล้วอาคารที่ปรากฏทุกวันนี้เป็นอาคารที่กรมศิลปากรบูรณะขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2509 ทางด้านเหนือของหอพระอิศวรเป็นวัดเสมาเมือง ทางด้านใต้เป็นเสาชิงช้า ซึ่งสร้างขึ้นใหม่แทนของเก่าซึ่งใช้ในพิธียัมปวาย และตรีปวาย ของพราหมณ์ เมืองนครศรีธรรมราช

โดยจำลองแบบมาจากเสาชิงช้าในกรุงเทพฯ แต่มีขนาดเล็กกว่า และ เพิ่งเลิกไปเมื่อ พ.ศ. 2468 เดิมหอพระอิศวรเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป พระอิศวรหลายองค์ เป็นปางหรือภาคต่างๆ กัน ซึ่งเป็นเทพสูงสุดตามความเชื่อของพราหณ์ลัทธิไศวนิกาย แต่เดิมใกล้ๆ กับเสาชิงช้า มีโบสถ์พราหมณ์อยู่หลังหนึ่ง

แต่ปัจจุบันผุพังลงจนไม่เหลือซากแล้ว ภายในบริเวณโบสถ์เป็นแหล่งที่พบชิ้นส่วนเทวรูปที่หล่อด้วยสำริดอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 – 25 หลายองค์ด้วยกัน อาทิ พระพิฆเนศวร พระศิวะนาฏราช พระอุมา และรูปหงส์ นับว่าเก่าแก่มีค่ายิ่งนัก อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติแม่ปิง

อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรสัตว์ป่า มีบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพสวยงาม เรียกได้ว่า” สวิตเซอรฺ์แลนด์เมืองลีั้

อุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นป่าที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า

มีทิวเขาทอดยาวเหยียดสลับซับซ้อน ลำห้วยน้อยใหญ่หลายสิบสาขาไหลผ่านที่สำคัญคือ ลำห้วยแม่หาด อ่านต่อ

สวนสาธารณะสนามช้างเผือก

สวนสาธารณะสนามช้างเผือก (สนามโรงพิธีช้างเผือก) อยู่ถนนพิพิธภักดี มีพื้นที่ 80 ไร่ เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายช้างเผือก “พระเศวตสุรคชาธาร” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2511 ภายในสวนสาธารณะมีศาลากลางน้ำ รูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของจังหวัด

สวนสาธารณะสนามช้างเผือก เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัวรัชกาลที่ 5 และอนุสาวรีย์พระเศวตสุรคชาธารฯ อ่านต่อ

สวนศรียา

สวนศรียา การเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ นอกจากลุงไสว ศรียา จะเป็นวิทยากรภายในแก่ผู้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและวิทยากรภายนอกสถานที่แล้วได้สื่อสารผ่านมัลติมีเดียด้วย

ที่สำคัญอย่างยิ่งคือผู้เข้าเยี่ยมชมเข้ารับฟังได้ช่วยประชาสัมพันธ์ปากต่อปากให้อีกช่องทางหนึ่ง โดยย้ำฝากแก่ผู้ฟังเสมอ ๆ ว่า “คนเราต้องใฝ่หาความรู้ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร และต้องขยัน อย่าขี้เกียจ จะทำให้ประสบความสำเร็จ อย่างที่ลุงทำอยู่ทุกวันนี้”

ลุงไสว ศรียา เคยประกอบอาชีพหลายด้าน อาทิ เปิดร้านซ่อมรถ เกษตรกร นักการภารโรง ชีวิตมาพลิกให้กลับไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมดั้งเดิมของครอบครัวอย่างจริงจังอีกครั้ง

เมื่อลุงไสว ศรียา ได้ดำเนินการปลูกกิ่งพันธุ์มะม่วง 100 ต้นในพื้นที่ 1 งาน และขยายพันธุ์มะม่วงโดยการทาบกิ่งตามที่นายถาวร ชูผล เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายกได้นำมาให้และคอยติดตามให้คำแนะนำให้กำลังใจมาอย่างต่อเนื่อง

ควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์แสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากเกษตรกรรายอื่นด้วย ตกแต่งพันธุ์ไม้แฟนซี ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ใช้กับเครื่องยนต์ใช้ในการเกษตร การพัฒนาดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จ จึงได้ขยายพื้นที่เพราะปลูกจาก 1 งาน เป็น 10 ไร่และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่บ้านเกิด ณ ตำบลหินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก อ่านต่อ