น้ำตกถ้ำพระ

น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกถ้ำพระภูวัว ตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลอยู่บนภูเขาหินทรายขนาดใหญ่  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมความงามของน้ำตก

นอกจากนี้ยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และร่องน้ำที่สามารเล่นเป็นสไลเดอร์ได้ ทำให้เล่นน้ำกันในลำธารกันได้อย่างสนุกสนาน แต่น้ำตกจะมีน้ำมากในฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ต้นตุลาคม เท่านั้น หากมาในช่วงเดือนอื่นน้ำค่อนข้างน้อยมาก

เนื่องจากน้ำตกถ้ำพระ ตั้งอยู่ในป่าจึงจำเป็นต้องจอดรถไว้ที่ท่าเรือ แล้วนั่งเรือรับจ้างของชาวบ้านเข้าไปที่ตัวน้ำตก โดยท่าเรือจะมี 2 ท่า จะเลือกขึ้นท่าเรือไหนก็ได้ เราเลือกขึ้นท่าเรือที่ 1 เพราะถึงก่อน โดยจอดรถไว้ที่บริเวณท่าเรือ เสียค่าบริการคนละ 20 บาท นั่งเรือประมาณ 15 นาทีก็มาถึงจุดเดินเท้า จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงตัวน้ำตกถ้ำพระชั้นที่ 1 ufa

ตัวน้ำตกชั้นที่ 1 มีลักษณะเป็นลานหินกว้าง และมีน้ำไหลไปตามชะง่อนหินลงมายังแอ่ง ซึ่งมีหลายจุด ซึ่งแอ่งต่างๆ สามรถลงเล่นน้ำได้ มาเที่ยวในช่วงปลายเดือนตุลาคมน้ำจะเริ่มน้อย ส่วนใหญ่น้ำตกในภาคอีสานจะเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกแห่ง คือ น้ำจะเยอะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ในฤดูอื่นน้ำจะแห้งมากจนเกือบไม่มีน้ำ จะต่างกับน้ำตกทางภาคเหนือที่ยังมีน้ำให้เห็นบ้าง แต่ถึงแม้น้ำจะน้อย นักท่องเที่ยวก็ยังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

เดินมาอีกหน่อย จะเจอน้ำตกช่วงที่ 2 และถ้ำพระ ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บริเวณชะง่อนผา เพราะสมัยก่อนภายในบริเวณน้ำตกเป็นวัดป่า ภายหลังวัดป่าได้ย้ายไปและเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

น้ำตกช่วงที่ 3 ซึ่งเป็นจุดที่สวยงามที่สุด แต่ตอนนี้น้ำน้อย ก็อาจจะเห็นความงามได้ไม่เต็มที่

วัดเทวปราสาท

วัดเทวปราสาท ตั้งอยู่ที่ตำบลห้อยเกตุ อำเภอ ตะพานหินจังหวัดพิจิตร  เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หลวงพ่อโต ปางประทานพร ขนาดใหญ่  ได้รับพระราชทานนาม จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวว่า “พระพุทธเกตุมงคล”

ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง  หน้าตักกว้าง 20 เมตร เฉพาะองค์พระสูง 30 เมตร แท่นสูง 4 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อปี พ.ศ. 2513

นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะสวยงามได้สัดส่วนและใหญ่ที่สุดของจังหวัดพิจิตร หากท่านเดินทางโดยรถไฟจะมองเห็น องค์พระเหลืองอร่ามแต่ไกลufabet

ฟิล์มดำติดรถยนต์มีแบบไหนบ้าง ?

ฟิล์มดำติดรถยนต์มีแบบไหนบ้าง คราวก่อนทีมงานLenso ได้นำเสนอเรื่องการติดฟิล์มรถยนต์แบบใสกันมาแล้วครั้งนึง คราวนี้เราขอเอาใจคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวกันบ้าง กับฟิล์มติดรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง นั้นก็คือ ฟิล์มดำ มาดูกันซิว่า มีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ในฟิล์มดำบ้าง?

ฟิล์มดำติดรถมีกี่แบบ?

              คำตอบ คือ มี 2 แบบ ได้แก่ ฟิล์มดำคาร์บอน และฟิล์มดำเซรามิค แล้วฟิล์มสองแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร ติดตามต่อได้เลยครับ

 

-ฟิล์มดำคาร์บอน

             มาเริ่มกันที่ฟิล์มดำประเภทแรก ตามชื่อที่บอกก็รู้ว่าผลิตมาจากคาร์บอน ผงถ่านสีดำขนาดเล็ก มีคุณสมบัติพิเศษทนความร้อนสูง ถูกนำมาผ่านกรรมวิธีการคัดกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กในระดับนาโน แล้วนำมาเรียงตัวบนแผ่นฟิล์มบาง กรรมวิธีการผลิตแบบนี้เรียกว่า “Real Nano Carbon” ฟิล์มแบบนี้มีลักษณะดำด้าน ไม่เงา ทนความร้อนได้สูง สีดำที่เห็นบนฟิล์มมาจากสีวัตถุดิบจริง นั่นก็คือ คาร์บอน

-ฟิล์มดำเซรามิค

ส่วนฟิล์มดำอีกประเภท ถือเป็นฟิล์มดำที่นิยมมากที่สุดในท้องตลาด นั่นก็คือ ฟิล์มดำเซรามิค ผลิตจากเซรามิคเป็นวัตถุดิบหลัก ทนความร้อนได้ดีเช่นเดียวกับฟิล์มคาร์บอน มีการนำมาผลิตเป็นฟิล์มกรองแสงในหลายเฉดสี ข้อแตกต่างของฟิล์มดำเซรามิค คือจะมีความเงากว่าฟิล์มดำคาร์บอน ส่วนสีที่เห็นบนฟิล์มไม่ได้มาจากสีวัตถุดิบ แต่มาจากการผสมสีในชั้นกาว หรือการย้อมสีเข้าไป ทำให้ฟิล์มมีสีดำนั่นเองครับ

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งบัวตอง อยู่ในเขต บ้านสุรินทร์ ต.ยวมน้อย อ.ขุนยวม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณ ประมาณ 1,000 ไร่ รวมทั้งจะบานสะพรั่งในตอนเดือน พฤศจิกายน- ต้นเดือนธันวาคม แทบจะสุดปลายทางถนน 108ufa

ที่อำเภอขุนยวมใน หน้าหนาวนักเดินทางสามารถมาเที่ยวชมทุ่งดอกบัวตองบาน ทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีให้ดูเพียงปีละครั้งเท่านั้น

การเดินทาง 

เส้นทางแรก จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ 201ให้เลี้ยว แยกไป ตามทางหลวงหมายเลข 1263 ไปประมาณราวๆ 12 กิโลเมตร ให้แยกเข้าถนนสายบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะ ไปอีก 14 กิโลเมตรก็ใกล้จะถึงดอยแม่อูคอ เส้นทางที่สอง จากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถตามทางหลวง 1263 (แม่แจ่ม-ขุนยวม) ถึงทางแยกเข้าบ้านนางิ้วบ้านหัวฮะ ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร ถึงดอยแม่อูคอ