เมืองไฮฟา Haifa

เมืองไฮฟา Haifa เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญและงดงามที่สุดในแถบตะวันออกกลางเลย มีท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาบาไฮต์ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความไฮเทคระดับโลกด้วยนะคะ เพราะเป็นศูนย์กลางพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี บริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลกจึงมาตั้งฐานทัพที่นี่ค่ะ ทั้ง Google, Yahoo, Microsoft, IBM, Volvo ufabetและอีกมากมาย  สุดยอดไปเลย

ในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเขาก็ไม่ธรรมดาเลยนะ ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สวนบาไฮการ์เดน (Baha’i Garden) ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนที่สวยงามอลังการมากกกก ตกแต่งได้อย่างสมบูรณ์และลงตัวฝุดๆ

บรรยากาศนี่แบบว่าเหมือนสวรรค์บนดินดีๆ นี่เอง มีสวนระเบียงดอกไม้ที่ยื่นออกมา 19 ชั้น ลดหลั่นลงมาตามลาดเขาเป็นขั้นบันไดทั้งหมด 1,700 ขั้น ความยาวเกือบ 1.6 กิโลเมตร มองลงไปจะเห็นวิวของเมืองไฮฟา และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเต็มๆ สวยสุดๆ อากาศก็ดี เงียบสงบไม่วุ่นวาย

วิคตอเรียพีค Victoria Peak

วิคตอเรียพีค Victoria Peak ถ้าถามว่าจุดชมวิวที่สวยที่สุดในฮ่องกงอยู่ที่ไหน ทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยู่ที่ Victoria Peak แน่นอนค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวมากๆ เพราะเป็นจุดที่เราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมดแบบพาโนราม่าเลยทีเดียวค่ะ

Victoria Peak หรือ The Peak คือ ยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาะฮ่องกง เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นความสวยงามของอ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้า เรือเฟอร์รี่ และแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงยามค่ำคืนได้ทั้งหมด ช่างงดงามตระการตาอย่าบอกใครเลยล่ะค่ะ

สำหรับการเดินทาง นักท่องเที่ยวต้องนั่ง Peak Tram เป็นรถรางเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 125 ปี เพื่อขึ้นไปยัง Victoria Peak ระหว่างทางเราจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่ เมื่อมาถึงด้านบนเราจะพบ The Peak Tower ufabetเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์น รูปทรงครึ่งวงกลมหงายขึ้น

วิคตอเรียพีค ภายในมีร้านค้า และร้านอาหารมากมาย ด้านบนสุดของอาคาร เป็นดาดฟ้า Sky Terrace 428 สามารถชมวิวของเกาะฮ่องกงได้ถึง 360 องศา จุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของตึกสูงที่ตั้งอยู่สองฝากฝั่งของอ่าววิคตอเรีย

ยิ่งช่วงยามเย็น พระอาทิตย์กำลังตกดิน ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม เป็นภาพที่โรแมนติกสุดๆ ไปเลยค่าา ในยามที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ความสวยงามของที่นี่ก็ยังไม่ได้หมดไปนะคะ แสงไฟที่ส่องประกายจากตึกระฟ้ามากมาย สะท้อนบนผืนน้ำของอ่าววิคตอเรีย

นอกจากจะวางแผนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ต้องไม่ลืมวางแผนเรื่องของกินด้วยใช่มั๊ยคะ ที่ฮ่องกงถือว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมเลยล่ะค่ะ เพราะร้านอาหารหลายๆ ร้านที่นี่ถูกการันตีความอร่อยด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ตั้งแต่ 1-3 ดาว ไม่ธรรมดานะขอบอก เมื่อมาถึงฮ่องกง สิ่งที่ห้ามพลาดคือ ติ๋มซำ แนะนำลองไปแวะชิมที่ร้าน One Dim Sum และ Tim Ho Wan เป็นร้านระดับมิชลินสตาร์ แต่ราคาสบายเป๋าค่ะ

สำหรับคนรักอาหารซีฟู้ด ต้องไปกินแถวย่าน Sai Kung เป็นหมู่บ้านชาวประมงติดริมทะเล ร้านอาหารทะเลแถวนี้เยอะมากก แต่ละร้านจะมีตู้กระจกใส่อาหารทะเลสดๆ ตั้งไว้ด้านหน้าทุกร้าน ให้ลูกค้าเลือกเลยจ้าว่าจะกินตัวไหน เจ๋งสุดๆ ไปเลยย อย่าลืมไปชิมอาหารทะเลแถวย่านนี้กันนะคะ รับประกันความอร่อยด้วยรางวัลมิชลินสตาร์เช่นกัน

อุโมงค์ต้นไม้ (Fort Canning Park)

อุโมงค์ต้นไม้ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครมาก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกันตลอดๆ อยู่ที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง เป็นบันไดวนขึ้นด้านบน ลักษณะเหมือนปากปล่องรูปวงกลม ถ้าเราอยู่ด้านล่างแล้วแหงนมองขึ้นไปจะเห็นต้นไม้สีเขียวตัดกับสีทองแบบเต็มๆ ตา มีสีฟ้าของท้องฟ้าเป็นฉากหลัง เป็นมุมที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เหมือนได้อยู่ในอุโมงค์ต้นไม้สมชื่อเลยค่า จุดนี้จึงเป็นสถานที่ที่สวยงามและแสนจะโรแมนติก เป็นการจัดวางของสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว จึงมีคู่รักหลายคู่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งกัน

ถ่ายรูปเสร็จก็มาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์กันต่อในสวน ที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park)แห่งนี้มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยเริ่มการก่อตั้งสิงคโปร์กันเลยทีเดียวค่ะ แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งวังของกษัตริย์ชาวมาเลย์ แต่หลังจากที่อังกฤษเข้ามามีบทบาทในการปกครองสิงคโปร์

ก็กลายเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการการปกครองของท่านเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในช่วงสมครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เป็นป้อมปราการและหอสั่งการณ์ ต่อมาหลังจากที่สิงคโปร์เป็นเอกราชจากอังกฤษสวนแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะยอดฮิต อาคารต่างๆ ในอดีตก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม พิพิธภัณฑ์ และลานกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันแบบสบายๆ

มีต้นไม้ยักษ์อายุกว่าร้อยปีอยู่หลายต้น ปกคลุมร่มรื่นไปทั้งสวน และยังมีปืนใหญ่ ซากป้อมปราการ และหลุมหลบภัยที่เรียกว่า Battle Box ในสมัยสงครามโลกให้เราชมตลอดทางเดิน ซึ่งจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมากเลยนะคะ ที่นี่มีมุมสวยๆ อยู่หลายมุม เรียกได้ว่าเพลิดเพลินจนลืมเวลากันเลย

ไชน่าทาวน์ เยาวราช ไชน่าทาวน์ที่สิงคโปร์นี้เป็นย่านขนาดใหญ่ใจกลางเมืองค่ะ และเป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้อพยพชาวจีนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการประกาศเป็นมรดกแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ด้วยค่า ละลานตากับตึกสถาปัตยกรรมสวยๆ สไตล์โคโลเนียลที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี

ทั่วทั้งถนนประดับด้วยโคมสีแดง มีร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ ของฝาก ของที่ระลึก งานฝีมือหลากหลายรูปแบบ ชา และสมุนไพรจีนต่างๆ ของฝากชื่อดังของสิงคโปร์ที่แนะนำก็คือ หมูแผ่นค่า หลายๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก นั่นเอง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของกิน เราจะพลาดได้ยังไงง หันซ้ายก็ข้าวมันไก่ หันขวาก็ข้าวหมูแดง หันหลังก็ข้าวหมูกรอบ ตีลังกาก็ยังเจอข้าวหน้าเป็ด

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น พิพิธภัณท์ Chinese Heritage Centre ufabetเป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของชาวจีนในสมัยประวัติศาสตร์ที่ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสิงคโปร์ เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิต และยังมีการจำลองฉากเหมือนจริงของเหตุการณ์ในอดีตไว้ด้วยค่ะ

โตรอนโต (Toronto) แคนาดา

โตรอนโต (Toronto) ตั้งอยู่แนวชายฝั่งของทะเลสาบน้ำแข็ง อีโรคัวส์ (Iroquois Lake) เมืองหลวงของ รัฐออนตาริโอ (Ontario) เมืองที่สำคัญที่สุด ร่ำรวยที่สุดของแคนาดา เป็นศูนย์กลางทางการเงิน การพาณิชย์ของประเทศ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตหลายแห่งให้เราได้ไปตามเช็คอินกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

สถานที่สุดฮิต เป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวทั่วโลก น้ำตกไนแอการ่า (Niagara Falls) ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติสวนสาธารณะน้ำตกไนแอการ่า เป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นป่ากว่า 400 เอเคอร์ อุทยานแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเราสามารถนำรถเข้าไปได้ แล้วค่อยเดินเท้าเข้าไปสู่น้ำตกเท่านั้นเองค่า นอกจากการแวะเวียนไปถ่ายรูปคู่กับวิวน้ำตกแล้ว ทางอุทยานก็มีกิจกรรม เช่น การนั่งรถรางชมวิวรอบๆ อุทยาน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจสำหรับการดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีในสถานที่ที่ใครต่างใฝ่ฝันอยากจะมาแบบนี้ และนอกจากตอนกลางวันแล้ว ในช่วงกลางคืนที่นี่ยังมีการจัด Niagara Lighting เพื่อเป็นสีสันสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาชมน้ำตกไนแอการ่าในยามค่ำคืน ส่วนใครที่ไม่กลัวเปียก สายลุย ที่นี่ยังมีการจัด ล่องเรือ สัมผัสน้ำตกไนแอการ่าอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ราคาต่อรอบ สำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 19.25 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 650 บาท เด็กอายุ 6-12 ปีราคา 11.20 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 370 บาท และต่ำกว่า 5 ขวบสามารถล่องเรือได้ฟรี

CN Tower หรือ Canadian National Tower โตรอนโต (Toronto) หอคอยแห่งชาติแคนาดาเป็นหอกระจายเสียง และการโทรคมนาคมแห่งเมืองโตรอนโต มีความสูง 1,815 ฟุต ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1973 – 1974 และเปิดทำการในเดือนกุมภาพันธ์ ต่อมาได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ในวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1976 หอคอยแห่งนี้คือจุดเด่นของเมืองโตรอนโต ด้านบนมีร้านอาหารสุดหรู ไว้บริการ สำหรับคนที่ต้องการนั่งดื่มด่ำอาหารรสเลิศกับวิวทิวทัศน์ของเมืองนี้ แล้วยิ่งถ้าได้ไปในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี การมองวิวจากความสูงระดับนั้น

หลังจากที่อิ่มท้อง อิ่มใจกับวิวรอบเมืองแล้ว ไปเดินเล่นย่อยอาหารมื้อหนักกันที่ ตลาดเซนต์ลอว์เรนซ์ (St. Lawrence Market) ได้รับรางวัล หนึ่งในตลาดที่ดีที่สุดในโลกโดย National Geographic ในปี ค.ศ. 2012 ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1820 เปิดเป็นตลาดสาธารณะในปี ค.ศ. 1823 จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับขยายออกเป็นฝั่งเหนือ และฝั่งใต้ จนมาถึงปัจจุบันจ้า ที่นี่จะเปิดตั้งแต่ วันอังคารถึงวันพฤหัสบดี เวลา 8.00 น. – 18.00 น. และวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 19.00 น. ส่วนวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 5.00 – 17.00 น. ตลาดเซนต์ลอว์เรนซ์จะปิดให้บริการในวันอาทิตย์ และวันจันทร์ โดยหลักๆ แล้วจะขายจำพวกของสด ผัก ผลไม้ แล้วก็มีร้านเบเกอรี่ดังๆ อย่าง Carousel Bakery เจ้าของเมนูแซนวิชเบค่อนระดับโลก ที่คนจากทั่วโลกมาต่อแถวกันยาวเยียด นอกจากนั้นก็จะมีร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของฝากที่ต้องมีติดไม้ติดอย่างอย่างเช่น ชีส

ไปต่อกันที่อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของโตรอนโต คาซ่า โลม่า (Casa Loma) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 – 1914 ตามความต้องการของนักการเงิน เซอร์เฮนรี่ เพลแทท ใช้ในการพักอาศัย และออกแบบโดยสถาปนิกอีเจเลนน็อกซ์ ผู้ออกแบบสถานที่สำคัญๆ ในเมืองโตรอนโต ตอนนี้คาซ่า โลม่า ได้กลายป็นพิพิธภัณฑ์ และยังเปิดให้เช่าเป็นที่จัดเลี้ยง งานแต่งงาน หลังจากที่พิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการแล้วอีกด้วยค่ะ และยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เป็นครั้งคราว

หลังจากเดินชมพิพิธภัณณ์แล้ว ตกเย็นถ้ายังไม่มีแพลนจะไปที่ไหน หรือแพลนไว้แล้ว ขอเดาใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่ๆ ใช่ไหมเอ่ย The Distillery Historic District ufabetหรือ เส้นทางถนนแห่งประวัติศาสตร์ของเมืองโตรอนโต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1832 เป็นศูนย์รวมศิลปะวัฒนะธรรมทางด้านอาหาร โดยการรวบรวมร้านอาหารชื่อดัง และมีเอกลักษณ์มาไว้บนถนนเส้นนี้ รวมทั้งยังเป็นแหล่งสถานที่บันเทิงที่กำลังฮิตที่สุดในโตรอนโตตอนนี้ด้วยค่ะ อาจจะสงสัยกันว่า เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตรงไหน ความยาวนานอยู่ที่สิ่งก่อสร้างในย่านนี้ อาคารทั้งหมด 44 หลัง ถูกยกให้เป็นมรดกเก่าแก่ของเมือง ใครที่เป็นสายกิน สายดื่ม บอกเลยว่าย่านนี้เป็นของคุณ