หาดเขากะโหลก

หาดเขากะโหลก หรือ หาดนเรศวร เป็นชายหาดที่ทอดยาวต่อเนื่องจากหาดปราณบุรีจนถึงเขากะโหลก หาดทรายสีน้ำตาลอ่อนละเอียดแลดูสะอาดตา บรรยากาศลมเย็นสบายเงียบสงบ

ทางใต้ของหาดมีเขาเล็ก ลูกหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับกะโหลกศีรษะตั้งตระหง่านอยู่ ชาวบ้านจึงขนานนามเขาลูกนี้ว่า เขากะโหลก และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เงียบสงบซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง

มีถนนเลาะเลียบไปตามแนวชายหาด มีรีสอร์ตตั้งอยู่ห่างๆ กันและร้านอาหารเปิดบริการอยู่สองจุดคือ ที่ต้นหาดบริเวณปากน้ำปราณบุรี และที่ปลายหาดบริเวณเขากะโหลก เป็นหาดทรายขาวยาวราว 7 กม.

จากปากน้ำปราณฯ ไปจนถึงเขากะโหลก ทะเลไม่ลึกมาก สามารถลงเล่นน้ำได้ ช่วงต้นหาดบริเวณชุมชนปากน้ำปราณฯ และปลายหาดบริเวณวนอุทยานท้าวโกษา บรรยากาศจะคึกคักกว่าช่วงกลางของหาด มีเพิงพักของชาวประมงชายฝั่งตั้งอยู่เป็นระยะและมีร่มเงาของสวนสนชายหาดให้จอดรถแวะพัก อ่านต่อ

วัดห้วยมงคล

วัดห้วยมงคล เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “ วัดห้วยคต ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล เนื่องจากครั้งที่เสด็จมายังวัดนี้ได้มีดำริให้สร้างถนนใหม่ จากถนนดินเป็นถนนลาดยาง โดยพระราชทานนามให้เช่นเดียวกับชื่อวัด

สักการะหลวงพ่อทวด พระนามาภิไธย ส.ก. องค์ใหญ่ที่มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร ฐานสูง 3 ชั้น และไม่ไกลกันคือรูปสลักหลวงพ่อทวดแกะจากไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าไป สักการะบูชาด้วยเช่นกัน อ่านต่อ

อ่าวน้อย

อ่าวน้อย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งใน 3 อ่าวของประจวบ ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงและเกษตรกรรม มีสะพานปลาเพื่อนำ กุ้ง หอย ปู ปลา และอาหารทะเลอื่นจากการทำประมง ขึ้นสู่ฝั่งนำมาขายให้กับพ่อค้า

อ่าวน้อยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์โดยมีถนนเชื่อมต่อกันจากชายหาดอ่าวน้อยไปสู่ชายหาดอ่าวประจวบเป็นสถานที่นิยมในการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง การปั้นจักรยาน จากถนนเรียบชายหาดอ่าวน้อยไปสู่ชายหาดอ่าวประจวบซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก

โดยสภาพพื้นที่ของอ่าวน้อยและอ่าวประจวบ เป็นอ่าวที่มีพื้นที่ติดกัน โดยมีภูเขาขั้นกลางระหว่างอ่าวทั้งสอง คือ ภูเขาตาม่องล่าย เขาตาม่องล่ายก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่ง

เสน่ห์ชวนมองของเมืองประจวบฯ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะแนวอ่าวที่ทอดตัวยาวถึง 8 กิโลเมตร โดยเริ่มจากเขาตาม่องล่าย ด้านทิศเหนือตีเป็นวงโค้งไปจนจรดเขาล้อมหมวกทางด้านทิศใต้ และบริเวณอ่าวยังเต็มไปด้วยเกาะต่างๆ ที่ดูแปลกตา ยิ่งมาเติมเต็มให้บริเวณอ่าวน้อยกลายเป็นจุดชมวิวเมืองประจวบฯ ที่งดงามมากแห่งหนึ่ง อ่านต่อ

วัดบางขนุน

วัดบางขนุน ตั้งอยู่ที่บ้านบางขุนกอง ตำบลบางขนุน ชม หินบดยา (ยาแผนโบราณ) ลักษณะหินบดยา (แพทย์แผนโบราณ) ทำเป็น 3 ชุด ชุดหนึ่งมีอุปกรณ์ 3 ชิ้น คือ แท่งหินบด แท่นหินรองบด และไม้สำหรับวางแท่นหินบด

แท่งหินบดทำมาจากทรายสีแดงเป็นก้อนสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 1 ฟุต หนา 1 คืบ ไม้สำหรับวางแท่นหินบดรูปร่างคล้ายกับตั่งนั่ง เป็นไม้เนื้อแข็ง

สันนิษฐานว่าจะเป็นไม้สักเพราะมีน้ำหนักเบาตัวมอดไม่กิน ไม่ผุกร่อน ยังมีสภาพสมบูรณ์ใช้การได้ดีวิธีการบดใช้แรงงานคน เมื่อบดให้ละเอียดแล้วจึงนำไปผสมเป็นตัวยาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บตามที่ต้องการ

เมื่อประมาณ พ.ศ. 2531 เจ้าอาวาสบางขนุน (ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว) มีความรู้เรื่องยาแผนโบราณเพราะที่วัดมี สมุดไทย (สมุดข่อย) ที่เป็นตำราแพทย์โบราณ ซึ่งที่วัดมีอยู่หลายฉบับ เช่น ตำราเจ็ดคัมภีร์ และภาพทศชาติ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ตำราแพทย์โบราณ ตำรากฎหมาย

และตำราโหราศาสตร์สร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ 6–7 ปัจจุบันยังคงเหลือเป็นบางฉบับเท่านั้น และฉบับที่นับว่าสำคัญคือ ตำราเจ็ดคัมภีร์และภาพทศชาติ นอกจากนี้ที่วัดยังมี ธรรมาสน์ (ที่นั่งเดี่ยวสำหรับพระสงฆ์นั่งเทศนา) สมัยอยุธยาตอนปลาย สีสันสวยงามแกะสลักลวดลายดอกไม้วิจิตร

ในอดีตบริเวณวัดบางขนุนเคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากหลังจากกรุงศรีอยุธยาแตกได้มีพวกเจ้านายลี้ภัยการเมืองมาพักที่วัดแห่งนี้และร่วมกันบูรณะในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1

สิ่งสำคัญภายในวัดได้แก่พระอุโบสถหอไตรกลางน้ำสังเค็ดหรือเรือนสวดและหินบดยาสำหรับบดยาแผนโบราณทั้งยังมีสมุดข่อยเกี่ยวกับตำราแพทย์แผนโบราณอีกหลายฉบับนอกจากนี้ยังมีตำราเจ็ดคัมภีร์ภาพทศชาติสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 อ่านต่อ

วัดหัวหิน

วัดหัวหิน สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมีนายปึง และนางอิ่ม ได้ถวายที่ดินให้มีบรรพชนชาวหัวหินได้ร่วมใจกันสมทบทุนและใช้น้ำพักน้ำแรงร่วมกันสร้างขึ้นมา

เริ่มแรกเป็นเพียงสำนักสงฆ์มีโบสถ์และศาลาตามแบบอย่างวัดของพุทธศาสนาทั่วไป หลังจากสร้างวัดเสร็จก็ได้ขนานนามว่า “วัดอัมพาราม” ซึ่งภายหลังได้เรียกกันว่า “วัดแหลมหิน” และจนกลายมาเป็น “วัดหัวหิน” จนถึงปัจจุบัน

วัดสำคัญของเขตหัวหิน เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยของรัชกาลที่ 5 แต่เดิมชื่อวัดอัมพาราม และเปลี่ยนมาเป็นวัดแหลมหินจนแปลงมาเป็นชื่อวัดหัวหินในปัจจุบัน

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่อัญเชิญมาจากเมืองสวรรคโลกในอดีต พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธบาทจำลอง และรูปหล่อ “หลวงปู่นาค” หรือ “หลวงพ่อนาค” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองหัวหินและเจ้าอาวาสวัดรูปแรกที่ชาวเมืองให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างสูง อ่านต่อ