ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง เป็นศาสนสถานที่เป็นผลจากความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ แม้ว่าปัตตานีในปัจจุบันไม่มีผู้นับถือศาสนาพราหมณ์โดยตรงแต่ด้วยความเชื่อและประเพณีบางอย่างที่ยังเกี่ยวข้องกับพิธีพราหมณ์

จึงได้มีการก่อสร้างศาลหลักเมืองปัตตานีขึ้นเพื่อเป็นหลักของบ้านเมืองเป็นสิริมงคลให้มีแต่ความสุขความเจริญ ศาลหลักเมืองประดิษฐานอยู่ในบริเวณสนามศักดิ์เสนีย์ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี ติดกับโรงเรียนเบญจมราชูทิศจังหวัดปัตตานี อ่านต่อ

วัดพระธาตุสุพรรณหงส์

วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ หรือวัดบ้านหว้านตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง ตั้งอยู่ห่างจาก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร อีกหนึ่งวัดสวยที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษ

ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา ตัวพระอุโบสถกว้าง 5 เมตร ยาว 13.60 เมตร อ่านต่อ

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี จ.สมุทรสงคราม มีการเลี้ยง ไก่ชิงช้าสวรรค์ ที่มีหนึ่งเดียวในประเทศ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งผู้ที่ริเริ่มการเลี้ยงไก่ชิงช้าสวรรค์ คือ นายสุชล สุขเกษม ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี ตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

โดยใช้เนื้อที่เพียง 6 เมตรในการเลี้ยงดูเท่านั้น หลังจากได้น้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้บนเนื้อที่เพียง 1 ไร่เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว อีกทั้งยังสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้เด็กและเยาวชนได้มาศึกษาหาความรู้

กระทั่งปัจจุบันมีฐานการเรียนรู้ทั้งหมดจำนวน 60 ฐานเช่น การเลี้ยงกุ้งในตะกร้า,การเลี้ยงปลาในร่องสวน,แก๊สชีวภาพ,การเลี้ยงกบและปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์,น้ำส้มควันไม้,ไก่หลุม,เป็ดหลุมและไข่เค็มรสต้มยำเป็นต้น ทำให้ใน 1 ปีตนมีรายได้ประมาณ 2 แสนบาท

การแบ่งพื้นที่ 1 ไร่ ออกเป็นส่วนๆ แล้วนำอาชีพเข้ามาไว้ในพื้นที่ ตั้งแต่เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงกุ้งในกระชัง เลี้ยงไก่หลุม เป็ดหลุม เลี้ยงไก่แบบตะกล้าแขวนกับต้นไม้ ไก่ชิงช้าสวรรค์ มูลไก่เป็นปุ๋ยไปในตัว อ่านต่อ

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ในอำเภอกระทุ่มแบน ชุมชนบ้านดอนไก่ดีเป็นหมู่บ้านที่สืบทอดการผลิตเครื่องเบญจรงค์กันมาหลายชั่วอายุคน จนปัจจุบันนับเป็นผลงาน OTOP ระดับ 5 ดาว ที่มีมาตรฐานระดับสากล มีการพัฒนาด้านลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยด้วยสี 5 สี และยังมีการใช้สีที่สวยงามยิ่งขึ้นอย่างเช่น ลายน้ำทอง มีสีทองช่วยเสริมความสวยงามและโดดเด่นของลวดลาย

การพัฒนางานเบญจรงค์แพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง จากถ้วยโถโอชามก็มีภาชนะอื่นๆ มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดโฮมสเตย์เป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวที่สนใจงานเบญจรงค์เข้าไปศึกษาวิถีชีวิตและเรียนรู้กระบวนการผลิตของหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
เครื่องเบญจรงค์ที่นี่จึงได้รับการคัดสรรเป็นสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ มีชื่อเสียงไกลไปถึงต่างประเทศ

จากความทุ่มเทของชาวบ้านส่งผลให้ในปี 2550 หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว

จากคำบอกเล่าของสมาชิกกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ หมู่ที่ 1 ตำบลดอนไก่ดี ที่ส่วนใหญ่ เคยทำงานเป็นลูกจ้างใน “โรงงานเสถียรภาพ” ซึ่งเป็นโรงงานผลิตถ้วยชามเซรามิค (ถ้วยชามตราไก่) ที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบล อ้อมน้อย (เทศบาลเมืองอ้อมน้อย) อำเภอกระทุ่มแบน

มีหลายคนเป็นสุภาพสตรีที่ทำงานอยู่แผนกเขียนลายครามและลายเบญจรงค์ และเป็นสมาชิกของกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ในปัจจุบัน เช่น คุณอุไร แตงเอี่ยม, คุณผุดผ่อง ภู่มาลี, คุณรัชนี ทองเพ็ญ, คุณประภาศรี พงษ์เมธา, คุณมะลิ จันทบดี ฯลฯ

บุคคลเหล่านี้ ได้รับการถ่ายทอดเอาความรู้และภูมิปัญญาจากวิทยากรทั้งคนไทยและคนจีนโบราณที่ทางโรงงานเสถียรภาพเชิญมาสอนและแนะนำ การเขียนลวดลายต่างๆ ลงบนถ้วยชาม ต่อมาในราวปี พ.ศ. 2532 โรงงานเสถียรภาพประสบปัญหาภาวะขาดทุน มีการปลดคนงานออก และได้ปิดกิจการลงในเวลาต่อมา ทำให้ลูกจ้างคนงานหลายคนตกงาน อ่านต่อ

หมู่บ้านประมง

หมู่บ้านประมง มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางป่าชายเลนสองฝั่งคลองก่อนออกสู่ทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพประมงพื้นบ้าน วางโพงพาง ลอบ อวน หาปลา ตกกุ้ง เลี้ยงหอยแมลงภู่ด้วยการปักหลักในน้ำจากการใช้ชีวิตด้วยวิถีชีวิตเเบบนี้

ทางจังหวัดสมุทรสาครได้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมการประมงซึ่งเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนอำเภอเมืองสมุทรสาคร ที่มีจำนวนคนประกอบอาชีพนี้มากกว่าครึ่งของคนทั้งหมดจนทำให้จังหวัดสมุทรสาครโด่งดังขึ้นจากอาชีพประมงนี้ทางจังหวัดสมุทรสาครกลัวอาชีพที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

จะถูกชาวต่างชาติยึดครองจึงคิดที่จะสร้างโครงการอนุรักษ์ส่งเสริมอาชีพชาวประมงนี้จึงจัดให้หมู่บ้านชาวประมงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดในปี พ.ศ. 2536

ในการก่อตั้งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น บริเวณคลองประมงถูกขุดขึ้นโดยฝีมือคนทั้งหมด ขนาดคลองมีความกว้าง 4 วา และลึก 2 วา โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน และจากนั้นมาจึงทำให้ชาวบ้านได้สร้างร้านอาหารทะเลและจัดทำการล่องเรือเที่ยวปากอ่าวและชมวิถีชีวิตการเลี้ยงหอยแมลงพู่ ชมป่าชายเลน เเละช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนเเละดูเเลตลอดทั้งสองชายฝั่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านการประมงนี้ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงและเลี้ยงหอยแมลงภู่

ซึ่งเป็นอาชีพเสริมจากการเลี้ยงกุ้ง และเปิดร้านอาหารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแต่รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากการทำประมง และการเลี้ยงสัตว์น้ำประเภทหอย เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านเป็นอย่างมาก หอยที่ชาวประมงนิยมจับได้แก่ หอยแมลงภู่

ส่วนใหญ่หอยแมลงภู่จะเกาะตัวอยู่ที่ “ขาซั้ง” ซึ่งขาซั้งนั้นหมายถึงไม้ไผ่ที่ชาวประมงนำมาปักไว้ในทะเลมีขนาดความยาวประมาณ 4-5เมตร ซึ่งหอยจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มและมีเส้นใยไว้สำหรับการหายใจและการยึดตัวอยู่รวมเป็นกลุ่มอย่างเหนียวแน่นมีหลายขนาดในหอยแต่และกลุ่มขึ้นอยู่กับว่าบริเวณพื้นที่แหล่งนั้นมีปริมาณอาหารมากน้อยเพียงใด อ่านต่อ