หัวนายแรง เขาเก้าแสน

หัวนายแรง เขาเก้าแสน จาก ตำนานเล่าขานมาว่า มีชายคนหนึ่งนำสมบัติมาฝังไว้ที่นี่ ซึ่งเชื่อกันว่าหากใครเป็นลูกเป็นหลานจะสามารถผลัดหินให้ตกลงไปในทะเลได้และได้รับทรัพย์สมบัติที่ถูกฝั่งอยู่

แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่มีใครสามารถผลักหินก้อนนนี้ให้ตกลงไปในทะเลได้ โดยภูมิทัศน์ของเขาเก้าเส้ง เป็นเขาหินมีต้นไม้เล็กน้อยแตกต่างจากภูเขาริมทะเลอื่นๆของสงขลามีพื้นที่ติดกับทะเลอ่าวไทย อ่านต่อ

วัดโกรกกราก

วัดโกรกกราก อยู่ในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร เป็นวัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาแต่สมัยใด สมัยก่อนเป็นชุมชนชาวจีน เรียกว่า ก๊กกั๊ก ต่อมาเพี้ยนไปตามสำเนียงไทยว่า โกรกกราก พระพุทธรูปหลวงพ่อปู่วัดโกรกกรากสวมแว่นดำ

ชาวบ้านจึงเรียนติดปากว่า หลวงพ่อแว่นดำ “พระใส่แว่นดำ” หรือ พระพุทธรูปใส่แว่นดำ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดโกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นพระพุทธรูปสวมแว่นตาดำ เป็นเนื้อศิลาแลง สมัยสุโขทัย ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกท่านว่า หลวงพ่อปู่

ความเป็นมาของ หลวงพ่อปู่ พระประธานในอุโบสถนั้น เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องสะเดา เป็นวัดร้างเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งสิ่งก่อสร้างต่างๆ ปรักหักพังหมดแล้ว ดังนั้น ชาวรามัญบ้านกำพร้าจึงได้อัญเชิญมาทางเรือ 2 องค์ องค์หนึ่งเนื้อสำริด อีกองค์หนึ่งเนื้อศิลาแลง ล่องเรือมาตามแม่น้ำท่าจีน พอเรือใกล้ถึงหน้าวัดโกรกกราก ได้เกิดลมพายุฝนตกหนัก ล่องเรือต่อไปไม่ได้ จึงนำเรือมาจอดหลบลมฝนริมคลองข้างวัด พอจอดเรือเรียบร้อยก็ช่วยกันยกพระศิลาแลงขึ้นมาบนฝั่งเพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝนเซาะ เมื่อลมฝนสงบแล้วจึงยกท่านลงเรือเพื่อจะล่องต่อไป แต่ปรากฏว่ายกไม่ขึ้น ทำอย่างไรก็ยกไม่ขึ้น

และหนึ่งในจำนวนชาวรามัญบ้านกำพร้าที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้อธิษฐานว่า ถ้าพระศิลาแลงจะอยู่วัดโกรกกรากก็ขออัญเชิญไปประดิษฐานยังอุโบสถ ปรากฏว่ายกขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ วัดโกรกกราก สร้างเมื่อประมาณปี 2375 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี 2423 ตรงกับกาลสมัยรัชกาลที่ 2 มีเนื้อที่ประมาณ 189 ไร่ 25 ตารางวา

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่อายุเกือบ 200 ปี ภายในวัดจะมี พระอุโบสถ เป็นลักษณะเป็นอาคารไม้ทรงไทย หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องสีมีชายคาปีกนกคลุมโดยรอบทั้งสี่ด้าน รองรับโครงหลังคาด้วยเสาไม้กลม ช่อฟ้าใบระกาไม้ประดับกระจก หน้าบันเรียบฝาผนังไม้ด้านหน้าและหลังมีประตูทางเข้าด้านละ 2 ประตู ด้านข้างมีหน้าต่างด้านละ 5 บาน บานประตูหน้าต่างไม้

ภายในพระอุโบสถมีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย ด้านหลังพระประธานมีตู้ขนาดใหญ่ ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูป ปัจจุบันด้านหน้าตู้มีทองปิดทับเต็มหมด ไม่สามารถมองเห็นภายในได้ และมีพระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลาแลงปางมารวิชัย นั่นก็คือ .พระใส่แว่นตาดำ” และรูปเหมือนหลวงปู่กรับ หรือพระครูธรรมสาคร

อดีตเจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ซึ่งตั้งอยู่ข้างโบสถ์ต่างก็ใส่แว่นตาดำ “ทำไมพระถึงใส่แว่นดำ” เนื่องจาก ครั้งหนึ่งได้เกิดโรคตาแดงระบาดไปทั่ว บ้านโกรกกราก การแพทย์ยังไม่เจริญ รักษากันตามมีตามเกิด แต่ก็ไม่หาย ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาองค์พระศิลาแลงกันมานาน จึงได้พากันมาบนบานศาลกล่าวว่า ถ้าตาหายเจ็บหายแดง จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาขององค์พระศิลาแลง อ่านต่อ

วงเวียนน้ำพุมหาชัย

วงเวียนน้ำพุมหาชัย หลังจากการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นในกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศแล้ว รัฐบาลก็ได้มีนโยบายให้จังหวัดต่างๆ มีการสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้น ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครนั้นก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้น ซึ่งปีในการสร้างน่าจะใกล้เคียงกับการสร้างที่กรุงเทพมหานคร

ส่วนรูปแบบนั้นจะเป็นการย่อส่วนจากของกรุงเทพมหานคร เดิมทีไม่ได้มีรูปแบบเป็นวงเวียนน้ำพุอย่างเช่นในปัจจุบันแต่เป็นเพียงรูปเล่มรัฐธรรมนูญในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมรอบนอกจะมีเสาหลัก 6 หลัก พร้อมด้วยปืนใหญ่ 4 กระบอก ซึ่งเสาหลัก 6 หลักนั้น มีความหมายว่า เอกราช ปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา

ส่วนพานทูนรัฐธรรมนูญนั้นหมายถึงอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ นอกจากนั้นยังหมายถึงเดือนที่ 3 หรือเดือนมิถุนายน ตามแบบคนไทยโบราณ ซึ่งหมายถึงเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วย

หลังจากนั้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2504 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบน้ำพุ แต่ยังคงความหมายของรัฐธรรมนูญเอาไว้ เสาทั้ง 6 หลัก กลายเป็นฐานน้ำพุ 6 แฉก ตั้งบนฐานเสา 4 ต้น ซึ่งล้อมาจากครีบทั้ง 4 ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพ ที่สูง 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง อ่านต่อ

คลองสุนัขหอน

คลองสุนัขหอน แยกมาจากแม่น้ำท่าจีน ระยะทางยาวประมาณ 30 กิโลเมตร คลองสุนัขหอนได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พม่าได้ยก กองทัพมาตีไทย ทหารไทยพวกหนึ่งมีนายสุจินดาเป็นหัวหน้า ถูกพวกพม่าไล่กวาดต้อนหนีทัพมาทางเรือจากกรุงเทพฯ พายเรือโกลนล่องลงมาเรื่อยจนถึงคลองสุนัขหอน

ซึ่งเป็นคลองที่แคบและสองฝั่งมีทหารพม่า คอยซุ่มดักทำร้ายคนไทยอยู่ตลอดทั้งสองฝั่งคลอง นายสุจินดากับพวกจะเดินทางไปสมทบกับคนไทยที่สมุทรสงคราม จึงจำเป็นจะต้องล่องเรือผ่านคลองสุนัขหอน นายสุจินดา อ่านต่อ

นากุ้ง นาเกลือ

นากุ้ง นาเกลือ ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร มีชายฝั่งทะเลที่เหมาะสมกับการทำนากุ้งหลายแห่ง นาเกลือมีสภาพเป็นกองเกลือสีขาวสะอาด ประกอบกับกังหันฉุดระหัดวิดน้ำกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ

ทิวทัศน์ที่สวยงามของนากุ้ง นาเกลือ พื้นที่ตำบลกาหลง นาโคก บ้านบ่อ บางโทรัด โคกขาม พันท้ายนรสิงห์ อ่านต่อ