ชุมชนจักสานพนัสนิคม

ชุมชนจักสานพนัสนิคม งานหัตถกรรมพื้นบ้านของอำเภอพนัสนิคม มีมาแต่ดั้งเดิม พร้อมกับการเกิดชุมชน เนื่องจากชาวบ้านส่วนหนึ่งของอำเภอพนัสนิคม คือชาวลาวอพยพมาจากอาณาจักรลาว ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของไทย ได้พาสมัครพรรคพวก อพยพมาสวามิภักดิ์กับรัชกาลที่ 2 และที่ 3 ใน พ.ศ. 2371 จึงโปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่แถวเมืองสมุทรปราการและอพยพย้ายถิ่นมาอยู่ที่เมืองพระรถ ซึ่งต่อมาคือ เมืองพนัสนิคม ตามลำดับ ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะสานเครื่องใช้ในครัวเรือน และเครื่องมือในการจับสัตว์น้ำ ไว้ใช้ในครัวเรือนของตนเอง ยามว่างเว้นจากการทำนา นับว่าเป็นความรู้ความสามารถที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษควบคู่กับอาชีพการทำนา แต่เดิมเครื่องจักสานทำเพียงเพื่อใช้ภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ต่อมาก็เพื่อการแลกเปลี่ยนกับสินค้าตัวอื่น เช่น ข้าว ในรูปแบบธรรมดาที่เคยใช้กันมา และเนื่องจากชุมชนนี้อยู่ใกล้ตลาด จึงมีการนำผลผลิตในครัวเรือนออกมาสู่ระบบการซื้อขาย จนถึงปัจจุบันย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีให้หลัง ได้มีการพัฒนาฝีมือและรูปแบบขึ้นตามลำดับ จึงทำให้มีเครื่องจักสานที่แปลกตา สวยงาม และประโยชน์ในการใช้สอยที่แตกต่างไปจากเดิมอีกมาก รวมทั้งการนำบุคลากรที่มีความรู้ด้านนี้และการหารูปแบบและลายจากที่อื่นมาปรับปรุงและพัฒนาฝีมือของชาวบ้านให้มีความรู้กว้างขวางขึ้น เพื่อการพัฒนาคุณภาพของเครื่องจักสานให้เป็นที่นิยมของผู้ซื้อ

ประมาณปี พ.ศ. 2520 เป็นยุคที่เฟื่องฟูของงานจักสานมาก เนื่องจากมีการเผยแพร่และส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะทวีปยุโรป อเมริกา และได้นำตัวอย่างงานมาจากประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน และอินโดนีเซีย มาสานแล้วพัฒนางานให้มีหลายรูปแบบ ซึ่งทำรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างมาก รวมทั้งมีการนำรูปแบบมาจากต่างประเทศเพื่อจักสานตามที่ตลาดต้องการ จึงทำให้งานจักสานของอำเภอ พนัสนิคมเป็นที่รู้จักและนิยมของตลาดผู้ซื้อมากขึ้นด้วยคุณภาพ รูปแบบ ลวดลาย และความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ นอกเหนือจากเป็นเครื่องใช้ภายในครัวเรือนหรือเพื่อการจับสัตว์น้ำแต่โบราณเท่านั้น
อุปกรณ์ – วัตถุดิบที่ใช้
ไม้ไผ่ที่นำมาทำจักสานนั้น นำมาจากหลายพื้นที่ เช่น ไม้ไร่จากเขาเขียว ไม้นวลจากปราจีนบุรีและจันทบุรี เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมจะเป็นไม้ไผ่ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ตำบลพนม บ่อขาว และบ้านซ่อง ประเภทไม้ไผ่บ้าน และไม้สีสุกปล้องสั้น แต่ต่อมาจำนวนไม้ไผ่ได้ลดน้อยลงมากจนต้องซื้อจากจังหวัดอื่น ซึ่งไม้ไผ่นวลปล้องยาวจะเนื้อละเอียดมีความเหนียวและผ่าง่ายเหมาะแก่การจักสาน

พื้นที่ที่ดำเนินการจักสาน
พื้นที่ส่วนใหญ่ในอำเภอพนัสนิคมที่ทำการจักสาน คือ ตำบลไร่หลักทอง นามะตูม สระสี่เหลี่ยมและหมู่บ้านนางู เป็นต้น แต่ละหมู่บ้านจะทำจักสานแต่ละประเภทตามความถนัด เช่น
– บ้านบุ่งคล้า และบ้านเรือนใหญ่ นิยมสานตะแกรง กะโล่ และกระบุง เป็นต้น
– บ้านหนองบึก นิยมสาน กระบุงและตะกร้า
– บ้านนางู นิยมสาน ตะกร้อจิ๋ว และตะแกรงช้อนปลา
– บ้านศรีวิชัย นิยมสาน หมวก ปิ่นปักผม
– บ้านหน้าพระธาตุ นิยมสาน ฝาชีดอกพิกุล กุ้งและกบ
– บ้านคลองหลวง ตำบลไร่หลักทอง นิยมสาน กระจาด ตะกร้า
– บ้านวัดหลวง วัดโบสถ์ นิยมสาน ตะกร้าจิ๋วหลายแบบ
– บ้านสระสี่เหลี่ยม นิยมสาน ตะกร้าทางมะพร้าว
– บ้านหนองเหียง หนองสังข์ นิยมสาน ฝาชีดาว ถาด และถังขยะ
– บ้านหัวถนน นิยมสาน กระบุง สุ่ม ไซ และรอบ อ่านต่อ

ชายหาดบ้านอำเภอ

ชายหาดบ้านอำเภอ เป็นหาดที่ยังคงมีธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสัตหีบ การเดินทางสะดวก สบาย หาดทรายขาวน้ำทะเลใส และเป็นหาดที่เงียบสงบ หาดทรายยังคงโล่งตา เพราะยังไม่มีการอนุญาติให้พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาจับจองที่ทำโต๊ะนั่งบังวิวสวยๆ

นักท่องเที่ยวนิยมเล่นน้ำ ขับเรือสกูตเตอร์และเล่นทำกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ เป็นชายหาดที่เหมาะกับการพักผ่อน เป็นอย่างยิ่ง และบริเวณของชายหาดยังมีร้านอาหารและร้านค้าไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยว นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี

สถานที่ตั้งของหาดบ้านอำเภอนั้น อยู่หมู่ 3 ซอยนาจอมเทียน 32 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ถนนสุขุมวิท หลักกิโล เมตรที่ 159 โดยอยู่ห่างจากเมืองพัทยาประมาณ 14 กิโลเมตร

ห่างจาก ชลบุรีประมาณ 66 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 156 กิโลเมตร โดยมีชายหาดยาวต่อเนื่องกับปากคลองบ้านอำเภอทาง ทิศเหนือ และสวนสาธารณะบ้านอำเภอทางทิศตะวันออก อ่านต่อ

เกาะลอยศรีราชา

เกาะลอยศรีราชา เกาะขนาดเล็กกลางทะเลที่อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงแค่ 500 เมตร สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวศรีราชา ชาวชลบุรี และนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นท่าเรือสำคัญที่จะพาทุกท่านไปสู่เกาะสีชัง สถานที่ยอดนิยมของศรีราชาอีกด้วย

นอกจากนี้เกาะลอยยังมีวัด ”เกาะลอย ศรีมหาราชา” ตั้งอยู่บนเกาะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและชาวศรีราชาขึ้นไปกราบไหว้สักการบูชา ซึ่งมาพร้อมกับวิวมุมสูงสวยๆ ยิ่งเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินนี่งดงามมากๆ เชียวแหล่ะครับ และยังมีบ่อเต่าทะเลให้เด็กๆ ได้มาศึกษากันอีกด้วย

ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล ตำบลศรีราชา ทางทิศเหนือของตลาดศรีราชา เกาะลอยเป็นเกาะเล็กๆ ใกล้ชายทะเลศรีราชา โดยมีสะพานเชื่อมกับชายฝั่ง บนเกาะมีสวนสาธารณะ และ อ่านต่อ

เกาะกลึงบาดาล

เกาะกลึงบาดาล ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งเมืองพัทยาประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในหมู่เกาะไผ่ซึ่งตั้งตัวเรียงรายกันเป็นหมู่เกาะของทะเลพัทยา ประกอบด้วย เกาะเหลื่อม เกาะหูช้าง เกาะกลึงบาดาล เกาะมารวิชัย โดยมีเกาะไผ่เป็นเกาะใหญ่ที่สุด เกาะกลึงบาดาล มีหาดทรายเล็กๆ อยู่ด้านทิศตะวันออกของเกาะ

ส่วนบริเวณรอบเกาะจะเป็นแนวหินและแนวปะการัง ที่ยังมีความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำใต้ทะเล และเนื่องจากเกาะกลึงบาดาลตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมาก น้ำทะเลจึงใสสะอาด แต่ก็มีไม่มากครั้งเท่าไหร่นัก ที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือน เกาะแห่งนี้จึงเงียบสงบ เกาะกลึงบาดาลอยู่ในการดูแลของกองทัพเรือ บุคคลทั่วไปสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ แต่ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน
การจะไปเยือนให้เตรียมอาหารและน้ำดื่มไปด้วย เนื่องจากบนเกาะยังมีแต่ความเป็นธรรมชาติและไร้ผู้คน จึงไม่มีสิ่งบริการอำนวยความสะดวกอะไรทั้งสิ้น สำหรับผู้ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะกลึงบาดาล ให้ติดต่อหาเช่าเรือที่ฝั่งเมืองพัทยา หรือหาเช่าเรือที่เกาะล้าน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลมากจากเกาะกลึงบาดาล จะสะดวกที่สุด เกาะกลึงบาดาลเป็นเกาะที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย เนื่องจากห่างไกลชุมชน ไม่มีร้านค้าหรือผู้คนบนเกาะ ทางทีมสำรวจไม่สามารถเดินทางไปเก็บข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของเกาะแห่งนี้ได้ เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับจากทหารรักษาการณ์บริเวณท่าเทียบเรือชายฝั่งบอกว่า เกาะแห่งนี้แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวไปกันแล้วและบางครั้งยังมีกลุ่มคนที่ผลิตภาพยนตร์ประเภทต้องห้าม (เรท X)มักจะลักลอบใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำอีกด้วย อ่านต่อ

Walking street พัทยา

Walking street วอล์คกิ้ง สตรีท นั้นส่วนใหญ่จะมีสถานบันเทิงและร้านอาหารต่างๆอยู่มากมายเลยทีเดียว หากใครชอบเที่ยวกลางคืน ชอบฟังเพลงหลงไหลในบรรยากาศแสงสีเสียง คงถูกใจมิใช่น้อย ระหว่างทางในถนนสายนี้จะมีโชว์ต่างๆที่น่าสนใจ อาทิ โชว์มายากล โชว์เต้น โชว์ร้องเพลง

หากใครถูกใจโชว์ไหนก็มอบเงินเล็กๆน้อยเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ศิลปินเหล่านี้ได้สำหรับใครที่สนใจเดินทางมาเที่ยวที่นี่สามารถจอดรถได้บริเวณแหลมบาลีฮาย ตรงจุดที่รับฝากรถต้องเสียค่าจอด หรือจะนั่งรถสองแถวก็มีให้บริการเป็นจำนวนมาก สะดวกสุดๆ

หากพูดถึงพัทยาเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีครไม่รู้จักถนนคนเดินยามค่ำคืนสุดฮิตอย่าง Walking Street Pattaya (วอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา) ซึ่งที่นี่เป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงและ อ่านต่อ

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นแหล่งอนุรักษ์โบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ
รวมทั้งให้บริการด้านข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและวิชาการโบราณคดี ของจังหวัดกำแพงเพชร
ทั้งนี้เพื่อเป็นการธำรงรักษามรดกวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ยั่งยืนสืบไป

กำแพงเพชรเป็นเมืองโบราณที่ปรากฏหลักฐานไม่น้อยกว่า 500 ปี ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำปิง
ภายในเมืองและนอกเมืองกำแพงเพชรมีโบราณสถานขนาดใหญ่น้อยเป็นจำนวนมาก
โดยมากเป็นศาสนสถานเนื่องในพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์
กลางเมืองมีวัดพระแก้ว วัดพระธาตุเป็นศูนย์กลาง มีลักษณะเป็นวัดหลวงที่มีเฉพาะเขตพุทธาวาส
ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ทางด้านทิศเหนือของวัดพระแก้วเป็นบริเวณที่เรียกว่า สระมน (วังโบราณ)
และเทวสถานศาลพระอิศวรซึ่งสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา
บริเวณนอกเมืองทางด้านทิศเหนือ มีกลุ่มโบราณสถานประมาณ ๔๐ แห่ง
สร้างอยู่บนเนินเขาลูกรัง จัดเป็นเขตอรัญญิกของเมืองกำแพงเพชร
นับเป็นงานสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองกำแพงเพชร
ด้วยโบราณสถานสร้างรวมกลุ่มกันหนาแน่นในบริเวณพื้นที่ที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน
โบราณสถานมีขนาดใหญ่ ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง
มีความงดงามทางศิลปกรรมของสกุลช่างเมืองกำแพงเพชรควบคู่กันไป อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เป็นอุทยานที่ 63 ของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

จุดกางเต็นท์แนวชิวๆ  บ้านพักสบายๆ, ลำธารน้ำไหลเย็นๆ, น้ำตกคลองวังเจ้าเพียง 1.5 กม., จัดชมวิวผาตั้ง, บ้านโล่ะโคะ, น้ำตกเต่าดำ 34 กม. 466 ม.22 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร 62000 อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติคลองลาน

อุทยานแห่งชาติคลองลาน มีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร หรือ 187,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล ตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลสักงาม

ลุ่มน้ำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน ประกอบด้วย
1.ลุ่มน้ำคลองสวนหมาก
2. ลุ่มน้ำย่อยคลองลาน
3. ลุ่มน้ำย่อยคลองน้ำไหล
4. ลุ่มน้ำย่อยเพชรจะขอ
5. ลุ่มน้ำย่อยแม่พืช

ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น คลองขลุง คลองสวนหมาก ไหลรวมกันลงสู่แม่น้ำปิง

อุทยานแห่งชาติคลองลาน เป็นอุทยานแห่งชาติทางบก มีลักษณะสภาพเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบ ดินร่วนปนทราย ภูเขาแต่ละลูกเชื่อมโยงติดต่อกับขุนคลองลาน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในบริเวณนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,439 เมตร

สภาพภูมิอากาศ จากข้อมูลสภาพภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา (พ.ศ. 2528 – พ.ศ. 2558) แสดงสภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติคลองลาน พบว่า
อุณหภูมิ – อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 24.97 องศาเซลเซียส
– อุณหภูมิสูงสุด เท่ากับ 31.04 องศาเซลเซียส
– อุณหภูมิต่ำสุด เท่ากับ 18.90 องศาเซลเซียส
ปริมาณน้ำฝน – ปริมาณน้ำฝนตลอดปี ประมาณ 1,320.66 มิลลิเมตร
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุด เท่ากับ 263.32 มิลลิเมตร
– ปริมาณน้ำฝนต่ำสุด เท่ากับ 5.36 มิลลิเมตร

สัตว์ป่าในอุทยานแห่งคลองลาน
จากข้อมูลพื้นฐานสัตว์ป่าที่พบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน สามารถจำแนกสัตว์ป่าออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และ อ่านต่อ

โบราณสถานเขานางทอง

โบราณสถานเขานางทอง ลักษณะโบราณสถานบนเขานางทองลาดเอียงจากด้านทิศใต้ไปทางทิศเหนือเล็กน้อย แผนผังของโบราณสถานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตัวตามแนวแกนทิศเหนือใต้ หันหน้าไปทางทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ ประธานก่อด้วยศิลาแลง

ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของยอดเขาในบริเวณ พื้นที่สูงที่สุดถัดไปทางด้านหน้า หรือทิศเหนือมี เจดีย์ราย และร่องรอยของโบราณสถานขนาดเล็ก ถัดไปเป็นวิหารโถง และบ่อน้ำเล็ก ๆ บนยอดเขา ไม่ปรากฏร่องรอยกำแพงวัด ปัจจุบันวัดไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่

สันนิษฐานว่าส่วนใหญ่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท การวางผังของโบราณสถานวางตามแนวยาวเขา มีบันไดทางขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้านบนสูงสุดเป็นเจดีย์ใหญ่ทรงดอกบัวตูมหรือพุ่มข้าวบิณฑ์ฐานเจดีย์ กว้าง 12 เมตร ก่อด้วยอิฐปนแลง ส่วนบนเป็นศิลาแลง ถัดมาเป็นเจดีย์รายเล็ก 3 องค์ กว้าง 2 เมตร เท่ากันทุกองค์ และยังมีวิหาร 4 ตอน ตอนแรก ยาว 13 เมตร กว้าง 5 เมตร ตอนที่สองกว้าง 10 เมตร ยาว 21 เมตร ส่วนด้านท้ายสุดคล้ายที่ตั้งบุษบก เป็นที่ ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น (วัดปราสาท)

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วัดปราสาท อาคารสำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตของชาวกำแพงเพชรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เครื่องมือหาปลา เครื่องจักสาน ตำรายาสมุนไพรไทย ฯลฯ

พระมหาสมณเจ้ากรมวชิรณานวโรรส(สมเด็จพระสังราชองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เสด็จทอดพระเนตรวัดปราสาทและนมัสการพระในโบสถ์ วิหารของวัดนี้ไม่มีฝา

นอกจากพรประธานมีพระหล่อเก่าๆทั้งนั่งและยืนหลายองค์ องค์โตสูง 3 ศอก 4 ศอกนอกจากในโบสถ์และวิหารตามเจดีย์และกองอิฐปูนยังเห็นพระกองอยู่เกลื่อนกล่นเหลือแต่พระเศียรก็มีอยู่ 8 รูป อ่านต่อ