ผู้ติดโควิด-19 ตลาดผักกรุงปักกิ่ง พุ่งเป็นเกือบ 100 ขณะเจ้าหน้าที่เร่งตรวจชาวเมืองคุมเชื้อ

ตลาดผักกรุงปักกิ่ง เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในจีนเผยว่าขณะนี้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) ที่เกี่ยวโยงกับตลาดผักซินฟาตี้ในกรุงปักกิ่ง เพิ่มมาอยู่ที่ 79 คนแล้ว

เหตุนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสกับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่รอบตลาดดังกล่าวด้วยวิธีการต่างๆ อย่างเช่น การเคาะประตูบ้านแต่ละหลังเพื่อซักประวัติการสัมผัสผู้ป่วย

นอกจากนี้ เขตซีเฉิงในกรุงปักกิ่งก็พบผู้ป่วยคนแรกที่เกี่ยวข้องกับตลาดแห่งนี้ด้วย ทำให้หลายคนรีบไปต่อแถวเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งที่มีการตั้งจุดตรวจ

ไม่ใช่แค่นั้น ยังพบเชื้อแพร่ไปยังตลาดอีกแห่งจนทำให้กรุงปักกิ่งต้องสั่งห้ามประชาชนในอาคารชุดที่พักอาศัยมากกว่า 20 โครงการห้ามออกนอกพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ (15 มิถุนายน 63)

ส่วนผู้ติดเชื้อทั้ง 79 คนนี้เป็นผู้ค้าและลูกค้าที่ตลาดซินฟาตี้และคนในครอบครัวทั้งสิ้น ซึ่งนายจาง อวี่-ซี ประธานของตลาด กล่าวเมื่อวันศุกร์ (12มิถุนายน 63) ว่าไวรัสนี้สืบแล้วพบว่ามีต้นตอมาจากเขียงปลาเซลมอนนำเข้าของผู้ค้ารายหนึ่งที่ขายในตลาด แต่จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่จีนยังไม่ทราบว่าเขียงปลาแซลมอนนี้มีเชื้อได้อย่างไร หรือใครนำเชื้อเข้ามาสู่ตลาดดังกล่าว

สนับสนุนโดย แทงบอล

บิ๊กตู่ เผยในหลวง ร.10 ทรงมีพระเมตตา ไม่ต้องการให้ใช้ ม.112 ดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 63 บิ๊กตู่ หรือ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่า มีความกังวล หลังมีกลุ่มบุคคล กำลังทำการล่วงละเมิดสถาบัน จึงขอร้องทุกคนในฐานะที่เป็นคนไทย อย่าไปเชื่อฟังกลุ่มที่บิดเบือน เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ที่สร้างความเกลียดชัง และเชื่อมโยงข้อมูลที่ไม่เป็นจริง

พร้อมอยากให้ทุกคนตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่กลุ่มดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้นมีความต้องการสิ่งใด จึงขออย่าตกเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรู้ดี ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ดำเนินการต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และใกล้วันสำคัญในประเทศใช่หรือไม่

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้แต่ตามกฏหมายที่มีอยู่ พร้อมกับมีความห่วงใยเด็กและนักศึกษาที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าจะไม่มีอนาคต ไม่มีงานทำ เนื่องจากหลายหน่วยงานไม่อยากได้คนที่มีทัศนคติแบบนี้ไปร่วมงาน แล้วอนาคตจะทำมาหากินได้อย่างไร โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์ที่ถูกชักนำ ดังนั้นสื่อต้องไม่ช่วยกันขยายข่าวนี้

“จึงอยากให้ทุกคนได้สำนึกว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระเมตตา ทรงไม่อยากให้ใช้กฎหมาย มาตรา 112 แต่ก็พบว่ามีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าอย่างไร ต้องการอะไรกัน วันนี้จำเป็นต้องพูด เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบ”นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านและแถบยุโรปนั้น รัฐบาลทำได้เพียงขอความร่วมมือและส่งหนังสือไปยังประเทศเหล่านี้ ซึ่งก็อยู่ที่ประเทศต้นทางว่าจะส่งตัวกลับมาหรือไม่ ซึ่งก็ต้องยอมรับกฎหมายในต่างประเทศ ไม่สามารถที่จะส่งคนไปติดตามตัวกลับมาได้ ซึ่งคนที่ไปอยู่ต่างประเทศก็หนีการทำผิดจากประเทศไทย ซึ่งบางคนมีคดีเล็กน้อยแต่ก็หนีไป เช่น บางคนถูกเรียกตัว แต่ก็ไม่มา กลับหนีและกล่าวหาผู้อื่นอย่างเสียหาย ที่สำคัญไม่ทราบแม้กระทั่งไปทำธุรกิจด้านใด ซึ่งกรณีนี้ในส่วนของกัมพูชาก็พร้อมจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้ หากมีคนไปแจ้งความหรือร้องทุกข์

ซึ่งทาง กัมพูชา ได้ประสานงานกับกระทร

อ่านต่อ

“พัทยา” ยังเหงียบเหงา แม้ยกเลิกเคอร์ฟิวคืนแรก เพราะสถานบันเทิงยังไม่เปิด

“พัทยา” ตามที่ได้มีประกาศผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เพื่อ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) เฟส 4 รวมทั้งการยกเลิกการห้ามออกนอก ที่อยู่ อาศัย เพื่อบรรเทาแล้วก็ทุเลา ผลพวงต่อการดําเนินเนินชีวิต ประจําวันของประชากร ก็เลยให้ยกเลิกการห้ามออกนอกบ้าน เรือน ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน 2563 นั้น

ล่าสุด เวลา 00.10 น. น. วันที่ 15 มิถุนายน 2563 นักข่าว ได้ ลงพื้นที่ตรวจบรรยากาศเมืองพัทยา รอบๆ ถนนหนทางเลาะริม หาดพัทยา ถนนหนทางพัทยาเหนือ พัทยากึ่งกลาง พัทยาใต้ ถนนหนทางพัทยาสายสองถนนหนทางสายสาม และก็ด้านใน ตรอกบัวขาว พบว่ามีรถยนต์เดินทางไปๆมาๆ โดยตลอด ส่วน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งมวลชนจับกุมกันตามจุดต่างๆ เพียงแค่ เล็กๆน้อยๆ เพียงแค่นั้น

ผู้ประกอบการรายย่อยไม่มีชีวิตชีวามากนัก ส่วนสถานบริการ อื่นๆ ดังเช่นร้านค้าสบายซื้อ สถานน้ํามันเปิดให้บริการตาม ธรรมดาแล้ว แต่ว่าก็ยังมีผู้เข้าใช้บริการน้อย ข้างหลังมีการ ประกาศบรรเทาและก็ยกเลิกการห้ามออกนอกบ้านเรือน

โดยถาม พ่อค้าแม่ค้าสําหรับเพื่อการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ในวันแรกนั้นบรรยากาศก็ยังปกติราวกับอยู่ในตอนเคอร์ฟิว ธรรมดา ราษฎรก็ยังคงไม่คึกคัก เพราะเหตุว่า กรุ๊ปสถานเริง รมย์ก็ยังไม่เปิด ให้บริการ จะมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องกังวลในเรื่อง ของเวลาสําหรับการเก็บร้านค้าแล้วก็มีเวลาในการขายสินค้า มากขึ้น ส่วน ความหวาดกลัวการได้รับเชื้อนั้น ก็ยังกลัวอยู่ แม้ กระนั้นก็ได้มีการคุ้มครองสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติด เชื้ออยู่แล้ว

อ่านต่อ

สุดช็อก เด็กหญิงอายุ 12 ปี ถูกเครือญาติ 7 คน รุมข่มขืนนาน 2 ปี

พี่เปิดใจ สุดช็อก เปิดเผยถูกรุมด่าว่าเนรคุณแจ้งจับญาติ ตนเอง หลัง พาน้องสาววัย 12 ปี เข้าแจ้งความถูกเครือญาติ 7 คน ข่มขึ้น นาน 2 ปี

สุดช็อก จากกรณีเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ บ้านพักเด็ก สุพรรณบุรี นางสาวแดง (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ชาว ตําบลบ้านโพธิ์ อําเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พา เด็กผู้ หญิงเขียว (นามปากกา) อายุ 12 ปี น้องสาว ซึ่งกําลังเรียน อยู่สถานศึกษาชั้นประถม 6 สถานศึกษาแห่งหนึ่ง ในอําเภอ เมืองจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าแจ้งเหตุร้องเรียนกับพนักงานที่ทํา หน้าที่สอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ก่อนหน้า นี้ เพราะเหตุว่าทราบว่าน้องสาวถูกกลุ่มเครือญาติรวม 7 คน ล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 2 ปี ก็เลยมาแจ้งความ ให้ ติดตามตัวมาดําเนินคดี

หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและช่วงเช้ามืดวันที่ 13 มิถุนายน 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน และสามารถจับกุมผู้ต้องหา 5 คน ได้ที่บ้านพัก ส่วนอีก 2 คน เป็นเยาวชน ต้องรอให้ผู้ปกครองพามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนผู้ต้องหาไม่ยอมให้การโดยอ้างว่าขอให้การในชั้นศาล

ด้าน น.ส.แดง พี่สาวของเหยื่อ เปิดเผยว่า ป้าซึ่งเป็นญาติกันบอกว่าน้องสาวมีอาการผิดปกติ สังเกตเห็นพฤติกรรมของน้องสาวผิดปกตินั่งเศร้าซึมเหม่อลอย เมื่อสอบถามก็มีอาการหวาดกลัวและทำร้ายตัวเองและบอกว่าปวดท้อง ตนกับป้าจึงพยายามสอบถาม จนน้องสาวยอมเล่าให้ฟังว่าถูกกลุ่มเครือญาติล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 2 ปี จึงพาตัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

นางสาว แดง พี่สาวของเหยื่อ เปิดเผยต่อว่า น้องสาวเป็นลูก คนละบิดากับตน แต่ว่าด้วยปัญหาครอบครัว แม่สติ ไม่ สม ประกอบและไม่ทราบว่าบิดาของน้องเป็นผู้ใดกันแน่ ก็เลยชู น้อง ให้เป็นลูกบุญธรรมของลุงตั้งแต่ยังแบเบาะจนกระทั่ง โต แม้กระนั้นพ่อบุญธรรมก็ไม่ค่อยได้ดูแล

ระยะหลัง ได้ให้น้องอยู่กับน้าสาว ซึ่งเป็นภรรยาของ 1 ใน 5 ผู้ต้องหา โดยน้องนั้นรอช่วยเลี้ยงลูกรวมทั้งทํางานบ้านล้าง ถ้วยล้างถ้วยชามให้กับน้า จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น ภายหลัง จากผู้ก่อเหตุ ถูกจับตนได้ถูกเครือญาติๆรุม ดุด่ากล่าวโทษว่า ตนเป็นคนเนรคุณ ที่แจ้งตํารวจจับญาติของตัวเอง

อ่านต่อ