พุหนองปลิง

พุหนองปลิง บ้านท่ามะเดื่อ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีน้ำผุดขึ้นมาจากดินตามธรรมชาติ เป็นแอ่งที่ลุ่มต่ำที่มีน้ำขังตลอดทั้งปี ภายในพื้นที่พุหนองปลิงจึงเต็มไปด้วยสังคมพืช สังคมสัตว์ป่า สัตว์น้ำนานาชนิด ที่ชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการตักตวงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมากมายและหลากหลาย

แม้ว่าจะเป็นป่าพรุผืนเล็กๆ เพียงแค่ 37.5 ไร่ แต่พุหนองปลิงก็สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชนท่ามะเดื่อ และชุมชนใกล้เคียงอื่นๆ ได้ ทั้งจากการเก็บของป่า การจับสัตว์ป่า และสัตว์น้ำ ทั้งเพื่อการบริโภคและจำหน่ายอย่างไม่หยุดหย่อน ประกอบกับการบุกรุกขอบเขตของพุแห่งนี้ด้วยการทำไร่มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวี่วัน

ซึ่งหากยังไม่เร่งทำความเข้าใจและส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนักและเล็งเห็นถึงผลเสียที่จะเกิดจากการทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติ พุหนองปลิงอันเป็นแหล่งหม้อข้าวสำคัญของชาวบ้านก็จะหมดไปในที่สุด

จากการสำรวจเบื้องต้นของคณะนักวิจัยรุ่นใหม่Un1BRT พบว่า ปัจจุบันป่าพรุผืนนี้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาเล็กๆ ที่เป็นไร่ร้าง ป่าหญ้าคา ไผ่ผาก และสวนป่าสัก

ส่วนภายในใจกลางป่าพรุมีหนองน้ำกว้างอยู่ทางด้านป่าที่ใกล้กับต้นน้ำผุด หนองน้ำแห่งนี้จะมีน้ำผุดและตาน้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่านชั้นหินปูนออกมาท่วมขังอยู่ตลอดเวลาจนกลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเล็กๆ เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของพืชที่ชอบน้ำท่วมขัง

สังคมพืชจึงคล้ายกับพืชในป่าพรุทั่วไป และจากการเดินรอบตามแนวขอบพุเพื่อทำแผนที่แนวเขตศึกษาและวางแปลงเพื่อทำภาพโครงสร้างป่าด้านตั้ง (profile)

ในเบื้องต้นพบพรรณไม้ที่สำคัญหลายชนิด เช่น ตังหน (Carophyllum spp.), ชมพู่น้ำ, หว้า (Zysygium spp.), ไคร้ย้อย (Elaeocarpus spp.) เป็นต้น ส่วนพรรณไม้ชั้นรองได้แก่ เตยหนาม (Pandanus sp.), ระกำ(Salacca wallichiana) พรรณไม้พื้นล่างของป่า เช่น ค้างคาวดำ (Tacca chantrieri) ผักหนาม (Lasia spinosa) หวายต่างๆ เป็นต้น

โดยผักหนามและค้างคาวดำนั้นมักพบมากบริเวณที่แสงส่องถึงพื้น นอกจากนี้ตามลำต้นของไม้ยืนต้นทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ยังพบว่ามีกล้วยไม้อิงอาศัยมากกว่า 10 ชนิดเกาะอาศัยอยู่ ที่เด่นๆ ได้แก่ เขากวางอ่อน (Phalaenopsis cornucervi), กะเรกะร่อน (Cymbidium sp.), เอื้องสาย (Dendrobium aphyllum), เอื้องดอกฟ้อน (Saccolobiopsis pusilla), เข็มหนู (Smitinandia micrantha), ผีเสื้อน้อย (Phalaenopsis parishii), เอื้องพวงพลอย (Sarcoglyphis mirabilis) เป็นต้น

สำหรับข้อมูลด้านสัตว์ป่านั้นพบว่ามีนกมากกว่า 60 ชนิดที่เข้ามาใช้พื้นที่ป่าพุแห่งนี้ ส่วนสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่พบแล้วมีจำนวน 15 ชนิด ยกตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น กบทูด (Limnonectes kuhlii), เขียดบัว (Rana erythraea), คางคกบ้าน (Bufo melanostictus), จงโคร่ง (Bufo asper), คางคกแคระ (Bufo parvus), คางคกห้วย (Ansonia sp.), เขียดลื่น (Occidozyga laevis), เขียดทราย (Occidozyga martensii), อึ่งกรายลายเลอะ (Leptobrachium smithi), อึ่งอ่าง (Kaloula pulchra), ปาดบ้าน(Polypedates leucomystax) เป็นต้น

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นพบน้อยมาก เห็นเฉพาะร่องรอยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนูชนิดต่างๆ และกระแต เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบสังคมพืชไม้วงศ์ยางในบริเวณรอบขอบ พุหนองปลิง อีกด้วย จึงมีความเป็นไปได้ว่าในอดีตนั้นรอบพุหนองปลิงน่าจะเป็นป่าดงดิบชื้น แต่ไม้วงศ์ยางถูกตัดโค่นไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างจนหมด เหลือไว้เพียงต้นเล็กๆ ไม่กี่ต้น บางบริเวณพื้นที่เล็กๆ ก็พบเห็นร่องรอยรูของปูราชินี และบางครั้งก็พบร่องรอยการตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกขอบเขตพุจากการทำไร่ การเก็บของป่าและกล้วยไม้นานาชนิด เป็นต้น

ซึ่งหากนำมาประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์แล้วก็คงมหาศาลทีเดียวจากข้อมูลงานวิจัยที่ได้ในเบื้องต้นครั้งนี้ นักวิจัยรุ่นใหม่Un1BRT ได้เริ่มทยอยถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยในพื้นที่ลงสู่ชุมชนด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านโรงเรียนและชาวบ้าน อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *