เมืองไฮฟา Haifa

เมืองไฮฟา Haifa เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญและงดงามที่สุดในแถบตะวันออกกลางเลย มีท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาบาไฮต์ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความไฮเทคระดับโลกด้วยนะคะ เพราะเป็นศูนย์กลางพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี บริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลกจึงมาตั้งฐานทัพที่นี่ค่ะ ทั้ง Google, Yahoo, Microsoft, IBM, Volvo ufabetและอีกมากมาย  สุดยอดไปเลย

ในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเขาก็ไม่ธรรมดาเลยนะ ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สวนบาไฮการ์เดน (Baha’i Garden) ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนที่สวยงามอลังการมากกกก ตกแต่งได้อย่างสมบูรณ์และลงตัวฝุดๆ

บรรยากาศนี่แบบว่าเหมือนสวรรค์บนดินดีๆ นี่เอง มีสวนระเบียงดอกไม้ที่ยื่นออกมา 19 ชั้น ลดหลั่นลงมาตามลาดเขาเป็นขั้นบันไดทั้งหมด 1,700 ขั้น ความยาวเกือบ 1.6 กิโลเมตร มองลงไปจะเห็นวิวของเมืองไฮฟา และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเต็มๆ สวยสุดๆ อากาศก็ดี เงียบสงบไม่วุ่นวาย

วิคตอเรียพีค Victoria Peak

วิคตอเรียพีค Victoria Peak ถ้าถามว่าจุดชมวิวที่สวยที่สุดในฮ่องกงอยู่ที่ไหน ทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยู่ที่ Victoria Peak แน่นอนค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวมากๆ เพราะเป็นจุดที่เราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมดแบบพาโนราม่าเลยทีเดียวค่ะ

Victoria Peak หรือ The Peak คือ ยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาะฮ่องกง เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นความสวยงามของอ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้า เรือเฟอร์รี่ และแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงยามค่ำคืนได้ทั้งหมด ช่างงดงามตระการตาอย่าบอกใครเลยล่ะค่ะ

สำหรับการเดินทาง นักท่องเที่ยวต้องนั่ง Peak Tram เป็นรถรางเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 125 ปี เพื่อขึ้นไปยัง Victoria Peak ระหว่างทางเราจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่ เมื่อมาถึงด้านบนเราจะพบ The Peak Tower ufabetเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์น รูปทรงครึ่งวงกลมหงายขึ้น

วิคตอเรียพีค ภายในมีร้านค้า และร้านอาหารมากมาย ด้านบนสุดของอาคาร เป็นดาดฟ้า Sky Terrace 428 สามารถชมวิวของเกาะฮ่องกงได้ถึง 360 องศา จุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของตึกสูงที่ตั้งอยู่สองฝากฝั่งของอ่าววิคตอเรีย

ยิ่งช่วงยามเย็น พระอาทิตย์กำลังตกดิน ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม เป็นภาพที่โรแมนติกสุดๆ ไปเลยค่าา ในยามที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ความสวยงามของที่นี่ก็ยังไม่ได้หมดไปนะคะ แสงไฟที่ส่องประกายจากตึกระฟ้ามากมาย สะท้อนบนผืนน้ำของอ่าววิคตอเรีย

นอกจากจะวางแผนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ต้องไม่ลืมวางแผนเรื่องของกินด้วยใช่มั๊ยคะ ที่ฮ่องกงถือว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมเลยล่ะค่ะ เพราะร้านอาหารหลายๆ ร้านที่นี่ถูกการันตีความอร่อยด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ตั้งแต่ 1-3 ดาว ไม่ธรรมดานะขอบอก เมื่อมาถึงฮ่องกง สิ่งที่ห้ามพลาดคือ ติ๋มซำ แนะนำลองไปแวะชิมที่ร้าน One Dim Sum และ Tim Ho Wan เป็นร้านระดับมิชลินสตาร์ แต่ราคาสบายเป๋าค่ะ

สำหรับคนรักอาหารซีฟู้ด ต้องไปกินแถวย่าน Sai Kung เป็นหมู่บ้านชาวประมงติดริมทะเล ร้านอาหารทะเลแถวนี้เยอะมากก แต่ละร้านจะมีตู้กระจกใส่อาหารทะเลสดๆ ตั้งไว้ด้านหน้าทุกร้าน ให้ลูกค้าเลือกเลยจ้าว่าจะกินตัวไหน เจ๋งสุดๆ ไปเลยย อย่าลืมไปชิมอาหารทะเลแถวย่านนี้กันนะคะ รับประกันความอร่อยด้วยรางวัลมิชลินสตาร์เช่นกัน

อุโมงค์ต้นไม้ (Fort Canning Park)

อุโมงค์ต้นไม้ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครมาก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกันตลอดๆ อยู่ที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง เป็นบันไดวนขึ้นด้านบน ลักษณะเหมือนปากปล่องรูปวงกลม ถ้าเราอยู่ด้านล่างแล้วแหงนมองขึ้นไปจะเห็นต้นไม้สีเขียวตัดกับสีทองแบบเต็มๆ ตา มีสีฟ้าของท้องฟ้าเป็นฉากหลัง เป็นมุมที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เหมือนได้อยู่ในอุโมงค์ต้นไม้สมชื่อเลยค่า จุดนี้จึงเป็นสถานที่ที่สวยงามและแสนจะโรแมนติก เป็นการจัดวางของสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว จึงมีคู่รักหลายคู่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งกัน

ถ่ายรูปเสร็จก็มาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์กันต่อในสวน ที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park)แห่งนี้มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยเริ่มการก่อตั้งสิงคโปร์กันเลยทีเดียวค่ะ แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งวังของกษัตริย์ชาวมาเลย์ แต่หลังจากที่อังกฤษเข้ามามีบทบาทในการปกครองสิงคโปร์

ก็กลายเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการการปกครองของท่านเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในช่วงสมครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เป็นป้อมปราการและหอสั่งการณ์ ต่อมาหลังจากที่สิงคโปร์เป็นเอกราชจากอังกฤษสวนแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะยอดฮิต อาคารต่างๆ ในอดีตก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม พิพิธภัณฑ์ และลานกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันแบบสบายๆ

มีต้นไม้ยักษ์อายุกว่าร้อยปีอยู่หลายต้น ปกคลุมร่มรื่นไปทั้งสวน และยังมีปืนใหญ่ ซากป้อมปราการ และหลุมหลบภัยที่เรียกว่า Battle Box ในสมัยสงครามโลกให้เราชมตลอดทางเดิน ซึ่งจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมากเลยนะคะ ที่นี่มีมุมสวยๆ อยู่หลายมุม เรียกได้ว่าเพลิดเพลินจนลืมเวลากันเลย

ไชน่าทาวน์ เยาวราช ไชน่าทาวน์ที่สิงคโปร์นี้เป็นย่านขนาดใหญ่ใจกลางเมืองค่ะ และเป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้อพยพชาวจีนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการประกาศเป็นมรดกแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ด้วยค่า ละลานตากับตึกสถาปัตยกรรมสวยๆ สไตล์โคโลเนียลที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี

ทั่วทั้งถนนประดับด้วยโคมสีแดง มีร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ ของฝาก ของที่ระลึก งานฝีมือหลากหลายรูปแบบ ชา และสมุนไพรจีนต่างๆ ของฝากชื่อดังของสิงคโปร์ที่แนะนำก็คือ หมูแผ่นค่า หลายๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก นั่นเอง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของกิน เราจะพลาดได้ยังไงง หันซ้ายก็ข้าวมันไก่ หันขวาก็ข้าวหมูแดง หันหลังก็ข้าวหมูกรอบ ตีลังกาก็ยังเจอข้าวหน้าเป็ด

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น พิพิธภัณท์ Chinese Heritage Centre ufabetเป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของชาวจีนในสมัยประวัติศาสตร์ที่ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสิงคโปร์ เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิต และยังมีการจำลองฉากเหมือนจริงของเหตุการณ์ในอดีตไว้ด้วยค่ะ

โตรอนโต (Toronto) แคนาดา

โตรอนโต (Toronto) ตั้งอยู่แนวชายฝั่งของทะเลสาบน้ำแข็ง อีโรคัวส์ (Iroquois Lake) เมืองหลวงของ รัฐออนตาริโอ (Ontario) เมืองที่สำคัญที่สุด ร่ำรวยที่สุดของแคนาดา เป็นศูนย์กลางทางการเงิน การพาณิชย์ของประเทศ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตหลายแห่งให้เราได้ไปตามเช็คอินกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

สถานที่สุดฮิต เป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวทั่วโลก น้ำตกไนแอการ่า (Niagara Falls) ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติสวนสาธารณะน้ำตกไนแอการ่า เป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นป่ากว่า 400 เอเคอร์ อุทยานแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเราสามารถนำรถเข้าไปได้ แล้วค่อยเดินเท้าเข้าไปสู่น้ำตกเท่านั้นเองค่า นอกจากการแวะเวียนไปถ่ายรูปคู่กับวิวน้ำตกแล้ว ทางอุทยานก็มีกิจกรรม เช่น การนั่งรถรางชมวิวรอบๆ อุทยาน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจสำหรับการดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีในสถานที่ที่ใครต่างใฝ่ฝันอยากจะมาแบบนี้ และนอกจากตอนกลางวันแล้ว ในช่วงกลางคืนที่นี่ยังมีการจัด Niagara Lighting เพื่อเป็นสีสันสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาชมน้ำตกไนแอการ่าในยามค่ำคืน ส่วนใครที่ไม่กลัวเปียก สายลุย ที่นี่ยังมีการจัด ล่องเรือ สัมผัสน้ำตกไนแอการ่าอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ราคาต่อรอบ สำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 19.25 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 650 บาท เด็กอายุ 6-12 ปีราคา 11.20 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 370 บาท และต่ำกว่า 5 ขวบสามารถล่องเรือได้ฟรี

CN Tower หรือ Canadian National Tower โตรอนโต (Toronto) หอคอยแห่งชาติแคนาดาเป็นหอกระจายเสียง และการโทรคมนาคมแห่งเมืองโตรอนโต มีความสูง 1,815 ฟุต ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1973 – 1974 และเปิดทำการในเดือนกุมภาพันธ์ ต่อมาได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ในวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1976 หอคอยแห่งนี้คือจุดเด่นของเมืองโตรอนโต ด้านบนมีร้านอาหารสุดหรู ไว้บริการ สำหรับคนที่ต้องการนั่งดื่มด่ำอาหารรสเลิศกับวิวทิวทัศน์ของเมืองนี้ แล้วยิ่งถ้าได้ไปในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี การมองวิวจากความสูงระดับนั้น

หลังจากที่อิ่มท้อง อิ่มใจกับวิวรอบเมืองแล้ว ไปเดินเล่นย่อยอาหารมื้อหนักกันที่ ตลาดเซนต์ลอว์เรนซ์ (St. Lawrence Market) ได้รับรางวัล หนึ่งในตลาดที่ดีที่สุดในโลกโดย National Geographic ในปี ค.ศ. 2012 ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1820 เปิดเป็นตลาดสาธารณะในปี ค.ศ. 1823 จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับขยายออกเป็นฝั่งเหนือ และฝั่งใต้ จนมาถึงปัจจุบันจ้า ที่นี่จะเปิดตั้งแต่ วันอังคารถึงวันพฤหัสบดี เวลา 8.00 น. – 18.00 น. และวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 19.00 น. ส่วนวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 5.00 – 17.00 น. ตลาดเซนต์ลอว์เรนซ์จะปิดให้บริการในวันอาทิตย์ และวันจันทร์ โดยหลักๆ แล้วจะขายจำพวกของสด ผัก ผลไม้ แล้วก็มีร้านเบเกอรี่ดังๆ อย่าง Carousel Bakery เจ้าของเมนูแซนวิชเบค่อนระดับโลก ที่คนจากทั่วโลกมาต่อแถวกันยาวเยียด นอกจากนั้นก็จะมีร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของฝากที่ต้องมีติดไม้ติดอย่างอย่างเช่น ชีส

ไปต่อกันที่อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของโตรอนโต คาซ่า โลม่า (Casa Loma) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 – 1914 ตามความต้องการของนักการเงิน เซอร์เฮนรี่ เพลแทท ใช้ในการพักอาศัย และออกแบบโดยสถาปนิกอีเจเลนน็อกซ์ ผู้ออกแบบสถานที่สำคัญๆ ในเมืองโตรอนโต ตอนนี้คาซ่า โลม่า ได้กลายป็นพิพิธภัณฑ์ และยังเปิดให้เช่าเป็นที่จัดเลี้ยง งานแต่งงาน หลังจากที่พิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการแล้วอีกด้วยค่ะ และยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เป็นครั้งคราว

หลังจากเดินชมพิพิธภัณณ์แล้ว ตกเย็นถ้ายังไม่มีแพลนจะไปที่ไหน หรือแพลนไว้แล้ว ขอเดาใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่ๆ ใช่ไหมเอ่ย The Distillery Historic District ufabetหรือ เส้นทางถนนแห่งประวัติศาสตร์ของเมืองโตรอนโต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1832 เป็นศูนย์รวมศิลปะวัฒนะธรรมทางด้านอาหาร โดยการรวบรวมร้านอาหารชื่อดัง และมีเอกลักษณ์มาไว้บนถนนเส้นนี้ รวมทั้งยังเป็นแหล่งสถานที่บันเทิงที่กำลังฮิตที่สุดในโตรอนโตตอนนี้ด้วยค่ะ อาจจะสงสัยกันว่า เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตรงไหน ความยาวนานอยู่ที่สิ่งก่อสร้างในย่านนี้ อาคารทั้งหมด 44 หลัง ถูกยกให้เป็นมรดกเก่าแก่ของเมือง ใครที่เป็นสายกิน สายดื่ม บอกเลยว่าย่านนี้เป็นของคุณ

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน UFABET คืออะไร ในปัจจุบันนี้ได้มีทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพันพนัน ที่เปิดให้บริการเพื่อรองรับนักพนันแต่ละท่านที่มีเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน ซึ่งจากแต่เดิมนัก พนันจะเลือกวาง เดิมพันกับ บ่อนพนัน หรือโต๊ะบอลที่ รับการวางเดิม พันแทงบอล และรูปแบบการพนันต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ ได้มียุคสมัย ที่เปลี่ยนแปลง ไปและมีเทคโนโลยี เข้ามาเป็นส่วน เกี่ยวข้อง จึงทำให้มีเว็บพนัน ออนไลน์เข้ามา เปิดให้บริการใน ประเทศไทย เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละวัน  มีคำถามอยู่ บ่อยครั้ง สำหรับนักพนัน ที่ชื่นชอบในการ วางเดิมพัน

พนัน ต่างมีความ สับสน และขัดข้อง ใจในเรื่องของการวาง เดิมพันพนัน ด้วยระบบ ออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อเรา ได้ยินหรือพบ เห็นการโฆษณา ผ่านทางระบบออน ไลน์มาบ้างแล้ว สำหรับเว็บ พนันออนไลน์ ว่าเป็นเว็บแบบ ไหนกัน ซึ่งในวันนี้เราจะมา ให้คำแนะนำ

ในการทำความรู้ จักกับเว็บพนันออนไลน์ เว็บนี้ เพราะนักพนัน บางท่านอาจจ ะยังไม่เคยได้สัมผัสกับ ระบบออนไลน์ มาก่อน จึงยังเกิดความสับ สนในการเข้า ร่วมวางเดิม พันพนัน ซึ่งเว็บพนัน นี้ เป็นเว็บพนันออน ไลน์ที่ได้เปิด ให้บริการเป็นเว็บจากนอกนั่นเอง

ซึ่งให้การ อำนวยความ สะดวกเป็นอย่างดี โดยที่ นักพนันไม่ต้องเสียเ วลาในการเดินทาง ไปยังสถาน ที่ต่างๆที่รับ การวางเดิมพัน แทงบอล ซึ่งเว็บพนันเว็บ นี้เปิดให้ได้วาง เดิมพันในรูปแบบ การพนันอย่าง หลากหลาย รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง บ่อนคาสิโน หวย มวย

กีฬาออนไลน์ต่าง ๆ และอีกมากมาย ที่จะทำให้นักพนันแต่ละท่านนั้น ได้มีตัวเลือกเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในการวางเดิมพันพนัน ซึ่งในการวางเดิมพันด้วยเว็บพนันเว็บนี้ จะต้องวางเดิมพันโดยใช้เครื่องมือ สื่อสาร ในการวางเดิม พันพนัน ซึ่งนั่นก็คือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก

และโทรศัพท์ มือถือ ซึ่งได้มีการรองรับ จากซอฟต์แวร์ เป็นอย่างดี และนักพนันยังสามารถที่ จะวางเดิมพันพนัน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะทางเว็บ พนันได้เปิดให้ วางเดิมพันพนัน อย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากว่านัก พนันเลือกวาง เดิมพันกับบ่อนพนัน จะมีเวลาที่

จำกัดจึงทำให้ไม่ สามารถที่จะเข้า ร่วมวางเดิมพัน พนันได้อย่างทัน ท่วงที  ในการวางเดิมพัน พนันโดยเว็บ พนันออนไลน์ UFABET ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ ในการวางเดิมพัน พนันออนไลน์ ที่ให้ทั้งความ สะดวกสบาย ความน่าเชื่อถือ มีระบบรักษาความ ปลอดภัยที่ดี

ซึ่งในการเข้า ระบบทุกครั้งจะต้องทำการ login โดยการใส่ username กับ Password เพื่อป้องกันข้อ มูลรั่วไหล ให้การ บริการที่ดี ครบครันทุก ขั้นตอนในการวางเดิมพัน พนัน ทั้งข้อมูลและแนวทาง ในการวาง เดิมพันพนัน เพื่อให้นักพนัน แต่ละท่าน สามารถที่จะวาง เดิมพันพนันได้ อย่างถูกต้อง และแม่นยำ

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน เพราะการที่เราไม่ได้สนใจ เกี่ยวกับการพนัน อาจจะไม่ได้ ติดตามข่าวสาร หรือการเปลี่ยน แปลงต่าง ๆ และละเอียดต่าง ๆ เราจึงไม่ทราบ ว่ามันคืออะไรเพราะฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจ ที่เราจะไม่รู้จัก

ผู้ให้บริการ หรือไม่รู้จัก เว็บที่เปิดให้ บริการเพราะเ ป็นเรื่องปกติ เพราะเราไม่เคย มีประสบการณ์ ในการใช้งานดูก่อน และเมื่อเรา มีความสนใจ จากที่ทำการใช้ งานแล้วเราก็ ต้องศึกษา ข้อมูลและศึกษา ว่าแต่ละเว็บนั้น มีข้อดีอย่างไร

เพื่อจะใช้เป็น ทางเลือกในการตัดสินใจและใช้ เป็นตัวเลือกใน การสมัครเป็น สมาชิกเพื่อทำ การลงทุนในรูป แบบที่เราต้องการ สำหรับคำว่า ยูฟ่าเบทที่ หลาย ๆ ท่านสงสัยว่า มันคืออะไรและมีการให้บริการ เกี่ยวกับอะไรนั้น ก็คือเว็บที่เปิด ให้บริการเกี่ยว

กับการพนันออนไลน์ นั่นเองซึ่งเป็น เว็บที่เปิดให้ บริการมาอย่างยาวนาน พอสมควรตั้งแต่การพนันนั้ นได้มีการเปลี่ยน แปลง อยู่ผ้าเบรค ก็เปิดให้บริการ ตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งวันนี้ และก็ได้มี การเปลี่ยนแปลง พัฒนาให้เป็น เว็บที่ตรงตามความต้องการ

ของสมาชิกอยู่ เสมอยูฟ่าเบท จะพยายามหา ข้อบกพร่อง ของเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อมาปรับใช้ และปรับเปลี่ยน ให้กับเว็บของ ตัวเองนั้นเป็นจุดเด่น จึงทำให้เว็บ ยูฟ่าเบทค่อน ข้างเป็นที่ รู้จักกันดีใน วงการการพนัน และเป็นเว็บที่มี คนเลือกใช้ งานมากที่ สุดเพราะแน่นอน

ว่าในการตัดสินใจ เลือกทำการสมัครเป็น สมาชิกเว็บใด เว็บหนึ่งสิ่งที่ เราต้องเลือกตั้ง ก็คือเว็บที่มี ความปลอดภัย และมีคุณภาพ มากพอ คำว่าคุณภาพ ก็จะต้องการให้ บริการการให้คำแนะนำ และการให้ความรู้แก่ คนที่ยังไม่เคย ทำการใช้งานมา ก่อนซึ่งยูฟ่า

เบทก็สามารถ ตอบโจทย์ในส่วน นั้นได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เป็น เว็บนทางเลือกในการใช้งาน ของหลาย ๆ ท่าน และทำให้เว็บยูฟ่า เบทเป็นเว็บ ที่มีสมาชิกมาก ที่สุดในตอนนี้ ถ้าสนใจอยาก ที่จะทำการใช้ งานหรือสนใจ อยากจะทำการสมัคร เป็นสมาชิกเราขอ

แนะนำว่าให้ ท่านศึกษาข้อมูลและราย ละเอียดต่าง ๆ ให้ดีเพื่อความเข้า ใจรวมไปถึงเงื่อน ไขการใช้บริการ ของยูฟ่าเบทและเมื่อท่านศึกษา ข้อมูลอย่างรอบคอบ แล้วปรากฏว่า ท่านพึงพอใจที่ ทำการใช้งาน สามารถทำการสมัค รเป็นสมาชิกของ  ออนไลน์ได้ใช้

งานการใช้งานผ่านระบบออนไลน์ มีความสะดวก ทางการเดิน ทางมือถือเข้า ลิงค์ทางเข้ายูฟ่าเบท ซึ่งถือว่า เป็นการใช้งานที่ มีความสะดวก และตอบโจทย์ใน ยุคนนี้เป็นอย่างมาก

 

UFABET

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่ทำให้คนรู้จักร้านเรามากขึ้น

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ในปัจจุบันการแข่งขันการทางธุรกิจบนตลาดออนไลน์นั้น มีความเข้มข้นขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่หน้าแรกๆหรืออับดับต้นๆของ Google Search Engine หรือจะเป็นการโฆษณาบนโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube, Instagram ซึ่งในวันนี้เราก็อยากที่จะมาแชร์แนวคิดในการทำการตลาดที่เหมาะสมกับปัจจุบันกันครับ

Planning (การวางแผน – กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ )

ในการวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ เราควรวางแผนก่อนเสมอว่า เราควรทำการตลาดบนแพลตฟอร์มไหน งบประมาณเท่าไร จะใช้สื่อมีเดียอะไรในการสื่อสารไปยังลูกค้า และสิ่งที่สำคัญคือลูกค้าในแพลตฟอร์มนั้นๆมีพฤติกรรมอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าใน Facebook มีพฤติกรรมที่ชอบดูรูปภาพ พร้อมกับอ่านโพสประกอบ ซึ่งเราก็ควรจะมีรูปภาพสวยๆประกอบ บวกกับข้อความที่ชัดเจน กระชับ น่าอ่านไม่น่าเบื่อเป็นต้น และกรณีที่เราจะทำวิดีโอลงบนเฟสบุ๊ค เราก็อาจจะทำวิดีโอให้มีความกระชับชัดเจน เป็นต้น อีกหนึ่งสิ่งคือเราก็ควรจะวางแผนด้วยว่า จะวัดผลอย่างไร

Content Creation (การสร้างคอนเทนต์ – กลยุทธ์การตลาดออนไลน์)

การสร้างคอนเทนท์ให้น่าสนใจจะเป็นผลที่ได้จากการวางแผนในขั้นตอนการวางแผน ว่าเราควรจะผลิตสื่อคอนเท้นท์แบบไหนให้ตรงใจกับกลุ่มผู้ชมให้มากที่สุด ซึ่งในหนึ่งแพลตฟอร์มเราอาจจะมีสื่อหลายประเภทที่ใช้ เช่น Facebook อาจจะมีทั้ง ข้อความ (Text) รูปภาพ (Images) และคลิปวีดีโอ (Video) เป็นต้น

เมื่อเราทำการสร้างคอนเทนท์และอัพโหลดลงแพลตฟอร์มนั้นๆแล้ว ก็ควรจะตรวจเช็คผลการตอบรับและนำมาวิเคราะห์หาวิธีปรับปรุง และคอมเม้นต์เพื่อนำมาปรับปรุงในการทำคอนเทนท์ครั้งต่อๆไป

Organic Traffic

หรือการที่มีคนค้นหาเจอเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ของเราจากแหล่งต่างๆ ซึ่งอาจมาจากการทำ SEO ที่ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึงการที่เราพยายามที่จะทำให้สื่อออนไลน์ของเรา เช่น Website, YouTube Video, Store (หน้าร้านของเรา) ปรากฏอยู่บนผลลัพท์ของการค้นหาใน Search Engine นั้นๆ ซึ่งผู้ให้บริการเสิร์ชเอ็นจิ้นรายใหญ่ในปัจจุบันก็คงจะหนีไม่พ้น Google และเสิร์ชเอ็นจิ้นที่สำคัญอีกแห่งก็คือ YouTube

วิธีการทำ SEO ในปัจจุบันนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แตกต่างกันที่จุดประสงค์ของการทำ และ Search Engine Platform ที่ต้องการให้เว็บไซต์หรือสื่อดิจิทัลของเราปรากฏอยู่อันดับต้นๆ เช่น สมมุติว่าเรามีหน้าร้านขายเช็งซิมอี๊อยู่แถวถนนพัฒนาการ เราก็ต้องการให้ร้านของเราปรากฏอยู่บนหน้าแรกของ Google ผ่านวิธีการ Google Map Marketing เวลาที่ลูกค้าค้นหาคำต่างๆ แล้วขึ้นร้านเราปรากฏอยู่ในหน้าแรก เป็นต้น

Paid Ads (การโฆษณาออนไลน์ – กลยุทธ์การตลาดออนไลน์)

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ หรือการ Run Ad ซึ่งเป็นการจ่ายเงินเพื่อทำโฆษณาบน Social Media หรือ Search Engine ที่เราต้องการ เช่น การโฆษณาบน Google ผ่านการทำ Google AdWords การโฆษณาบน Facebook ผ่านการทำ Facebook Ads หรือการโฆษณาบน YouTube ผ่านสื่อ YouTube Ads โดยการทำ Ad ใน

ปัจจุบันนั้นการจ่ายค่าโฆษณาผ่านสื้อออนไลน์อาจจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากสมัยก่อน แต่ถ้าเราจัดการ Ads ให้ดี และเหมาะสม ติดตามผลและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ หรือกลุ่มลูกค้า การ Run Ad ก็จะสร้างร้ายได้ที่คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน

 

ทำการตลาด

ทำไมเจ้าของเว็บไซต์ถึงต้องทำ SEO?

SEO คืออะไร แล้ว SEO ต้องทำอะไรบ้าง?

หากคุณเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริการและสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกสรร แล้วถ้าธุรกิจของคุณมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ยังไม่ได้ทำ SEO ในเว็บไซต์ หรือแทบจะไม่เคยรู้จักคำว่า SEO คืออะไร เลย วันนี้เราจะมาอธิบายว่า SEO คืออะไร แล้วทำไมเจ้าของธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองถึงต้องทำ SEO ด้วย วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว

SEO คือ

SEO (Search Engine Optimization) คือการทำเว็บไซต์ให้ติดอยู่อันดับแรกๆของหน้าค้นหา ยิ่งถ้าคุณทำ SEO อย่างถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติ Search Engine จะทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ดังนั้นยิ่งเว็บไซต์ของคุณอยู่อันดับต้นๆเมื่อไหร่ ลูกค้าจะรู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น มี Traffice เข้าเว็บไซต์ของคุณตลอดเวลา โอกาสที่คุณจะทำกำไรให้กับธุรกิจของคุณก็มีมากขึ้นเท่านั้น

ตามหลักการและหลักปฏิบัติ การทำ SEO จะเริ่มต้นจากการเลือก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณก่อน โดยจะใช้โปรแกรม Keyword Planner ในการค้นหา Keyword ที่คนมักค้นหา และนำ Keyword เหล่านี้ไปทำ SEO นั่นเอง แต่การทำ SEO ไม่ได้จบอยู่แค่นี้แน่นอน

ซึ่งเราจะขอยกหลักการทำ SEO มา 2 แบบใหญ่ๆ ที่ทั่วโลกต่างใช้กันนั่นก็คือ

1.      SEO OnPage

เป็นการทำ SEO ด้วยการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ของคุณให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยในการจัดอันดับของเว็บไซต์ โดยพื้นฐานในการทำ On Page ได้แก่ เนื้อหาภายในเว็บไซต์ หัวเรื่องของเว็บไซต์ (Title) คำอธิบายเว็บไซต์ (Description) การเชื่อมโยงลิงก์ภายในเว็บไซต์ และอื่นๆ ซึ่งเราจะทำการปรับแต่งภายในเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเว็บไซต์ และทำให้เว็บไซต์ออกมาเป็นรูปแบบทิศทางเดียวกัน

2.      SEO OffPage

ทีนี้ในส่วนของ Off Page จะเป็นการทำ SEO จากภายนอกเว็บไซต์ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการโปรโมตเว็บไซต์ตัวเองบนเว็บไซต์อื่น ด้วยวิธีการทำ Link (Link Building) จากเว็บอื่นๆ โดยเราจะทำการแนบลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ตัวเอง (Backlink) ทั้งนี้การทำ Off Page จะมีทั้งที่ถูกและผิด อาจต้องใช้เทคนิคในการทำในส่วนนี้สักนิดหนึ่ง

เหตุผลที่คุณควรทำ SEO

  • ให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้นๆ

การทำให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้นๆของการค้นหา จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะรู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น แถมยังเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเลือกใช้บริการธุรกิจคุณ หรือเลือกซื้อสินค้าจากธุรกิจของคุณ ดังนั้นการทำ SEO จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ ให้ Search Engine ทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งถ้าคุณทำ SEO อย่างถูกต้องไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ทำ SEO ให้ธรรมชาติมากที่สุด อันดับเว็บไซต์ของคุณก็อยู่ในตำแหน่งที่ดี

  • ประหยัดค่าทำ SEM

อย่างที่เรารู้จักดีว่า SEM ก็คือการทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณอยู่อันดับแรกของการค้นหา แต่การอยู่ในอันดับแรกนี้จะต้องเสียค่าโฆษณาให้กับ Google ตลอด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเลิกจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google อันดับคุณก็จะตกลงมา ดังนั้นหากเว็บไซต์ของคุณทำ SEO จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ให้อยู่ในอันดับแรกๆแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าโฆษณาอีกด้วย

  • สร้างความน่าเชื่อให้กับเว็บไซต์

การที่เว็บไซต์ธุรกิจของคุณอยู่อันดับแรกๆ ของการค้นหา นอกจากจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ธุรกิจคุณมากขึ้น ในสายตาของ Search Engine ยังมองว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีลูกค้าเข้าธุรกิจคุณอยู่สม่ำเสมอ

  • จัดโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นระบบ

SEO ยังมีส่วนเข้ามาช่วยวางผังโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นระบบ ซึ่งการวางผังโครงสร้างจะช่วยให้ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย และทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้อยู่ตำแหน่งที่ดี และการวางผังนี้ส่งผลในระยะยาวและมีความยั่งยืน เหมือนกับประโยคที่ว่า บ้านจะแข็งแรงได้ ขึ้นอยู่กับการวางโครงสร้างที่แข็งแรงก่อน เช่นเดียวกับ การจะทำธุรกิจบนเว็บไซต์ให้แข็งแรง ก็ต้องทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพก่อน

 

รับทำ SEO

4 ข้อสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้สุดปัง

4 ข้อสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้สุดปัง

4 ข้อสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้สุดปัง อย่างน้อยเราต้องมี CHECKLIST 4 องค์ประกอบนี้เป็นสำคัญ เป็น “4 เสาหลัก” ที่ถ้าเราพลาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจทำให้ธุรกิจไปไม่ถึงไหนได้เลย

1. การ ขายของออนไลน์ สินค้าต้องดีและแตกต่าง

ข้อแรก ก่อนที่เราจะไปวางแผนการตลาด, เรียนเทคนิค FB ขั้นสูง หรือวางงบการตลาดจำนวนมาก

บางทีเราต้องเริ่มต้นจาก “เรื่องพื้นฐานที่สุด” ในการทำธุรกิจก่อนนะคะ คือ “สินค้าเราต้องดีค่ะ”

ถ้าสินค้าเราไม่ดี เราลงงบการตลาด ทำการตลาดด้วยช่องทางต่างๆมากมาย อาจจะทำให้คนลองซื้อใช้ครั้งแรกได้ค่ะ

แต่เมื่อสินค้าไม่ดี จะไม่มีการซื้อครั้งที่สองอีก และจะไม่เกิดการปากต่อปาก เพราะฉะนั้นก่อนจะทำการตลาดอะไรซับซ้อน ลองสังเกตดูก่อนค่ะ ว่าสินค้าเราดีพอหรือยัง? เช่น ถ้าขายอาหาร อาหารของเราอร่อยมั้ย? หรือถ้าทำเครื่องสำอาง สินค้าเราใช้ดีมั้ย ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงๆหรือเปล่า?

ถามตัวเองว่าถ้าเป็นเรา เราจะซื้อสินค้าของเรามั้ย? ถ้าพัฒนาสินค้าและบริการได้ดี เจ้าของหรือฝ่ายการตลาดจะรู้จุดเด่นของสินค้าว่าดียังไง แตกต่างยังไง หลังจากนั้นจะนำจุดเด่นมาสร้างแบรนด์และทำการตลาดได้ไม่ยาก

 

2. แบรนด์ชัด มีความแตกต่างโดดเด่นจากคู่แข่ง

 

ถ้าสินค้าเราดีพอแล้ว เรามีการนำเสนอแบรนด์และสินค้าที่ดีพอหรือยัง?

จากการสอนและปรึกษาธุรกิจ ขวัญจะเจอธุรกิจที่มีปัญหาเรื่องแบรนด์กรณีบ่อยมากค่ะ โดยจะขอแบ่งเป็น 2 กรณีนะคะ คือ

 

กรณีที่ 1

คือ “ธุรกิจที่ไม่มีการสร้างแบรนด์ ไม่มีจุดขาย หาจุดที่แตกต่างโดดเด่นจากคู่แข่งไม่ได้เลย”

 

ขายสินค้าเหมือนๆกับคนอื่น นำเสนอเรื่องเหมือนกันกับคนอื่น ขาดการนำเสนอ Brand Story / Brand Concept ที่ดีพอให้ลูกค้าจดจำได้ ส่วนใหญ่จะเน้นขายสรรพคุณของสินค้าว่าทำอะไรได้บ้าง โดยเป็นการสื่อสารจุดที่เหมือนๆกันกับคู่แข่งไปหมด จนแบรนด์ไม่มีความแตกต่างพอให้ลูกค้าจดจำ

 

กรณีที่ 2

คือ “ธุรกิจที่สินค้าดีและมีจุดขายที่โดดเด่น แต่ปัญหาคือ “ไม่สื่อสารการตลาดออกมา” ให้คนจำได้

ขวัญเจอเจ้าของธุรกิจแบบนี้หลายคนมากๆค่ะ คือสินค้าดี เรื่องราว ความเป็นมาดี มีจุดเด่นสินค้าและแบรนด์ที่แตกต่าง

 

แต่มีปัญหาคือ คนรู้จุดเด่นและเรื่องเล่าของแบรนด์มีคนเดียว คือ “เจ้าของ”

 

ใครอยากรู้ว่าแบรนด์นี้ขายอะไร/ ความเป็นมายังไง/ มีข้อแตกต่างอะไรบ้าง/ ทำไมต้องใช้สินค้าและบริการที่นี้ อยากรู้ให้ถามเจ้าของค่ะ เพราะรู้อยู่คนเดียว 555 แถมเวลาเจ้าของเล่าคือ ดีมากก น่าสนใจ น่าซื้อทันที

 

แต่พอมาดูช่องทางการสื่อสารการตลาดต่างๆ เช่น ดูบนเว็บไซต์, ในหน้า FB Fanpage, ดูโบรชัวร์ ฯลฯ จะไม่เห็นมีจุดเด่นแบบที่เจ้าของเล่ามาเลย พูดง่ายๆคือทางแบรนด์ไม่สามารถสื่อสารแบรนด์ของตัวเองออกมาได้ หรือทำก็ทำได้ไม่ดีเลยค่ะ ต้องรอเจ้าของพรีเซนต์เท่านั้น

 

3. ทำ Content ให้ดี

 

เมื่อสินค้าเราดีแล้ว แบรนด์เราโดดเด่นแล้ว เราก็ต้องสื่อสารแบรนด์และจุดเด่นของเราออกมาในช่องทางการตลาดต่างๆให้ได้ด้วยค่ะ ที่สำคัญคือ “ต้องทำและต้องทำให้ดีด้วย”

 

  • อย่างน้อยรูปต้องสวย (สวยในความหมายว่าลูกค้าชอบและก่อให้เกิดการซื้อนะคะ ไม่ใช่สวยในเชิงศิลปะ มองว่าสวย ซึ่งไม่เกิดผลในเชิงธุรกิจ)
  • การเขียนและนำเสนอ Content ต้องทำออกมาให้ดี สื่อสารจุดเด่นของสินค้าของเราให้ได้

 

ยิ่งถ้าเราเน้นขายทางออนไลน์ คนจะซื้อสินค้าผ่าน Content ที่ดีนี่แหละค่ะ เราต้องเรียนรู้การทำ Sale Content คือการทำโพสต์ขายสินค้าและบริการของเราตรงๆให้ดี ถ้าทำ Content ได้ดีจะปิดการขายได้ไม่ยาก

 

ปัญหาการทำ Content นี้เป็นปัญหาหลักที่เจ้าของธุรกิจเป็นกันเยอะค่ะ บางคนก็เรียนยิงโฆษณา ลองยิงโฆษณา FB สลับซับซ้อนมาก แต่ลืมไปว่าบางทีปัญหาอาจจะมาจากตัว Content หรือโพสต์ที่เรายิงโฆษณานี่แหละ ที่ยังไม่ดีพอ

 

ทางแก้ของปัญหานี้

เรียนรู้ ฝึก หรือจะจ้างคนก็ได้ ยังไงต้องทำ Content ให้ดีให้ได้

 

เราต้องรู้ธรรมชาติของธุรกิจตัวเองด้วยนะคะว่าเน้น Content ประเภทไหนเป็นหลัก เช่น ถ้าเราขายเสื้อผ้าแฟชั่น Content สำคัญคือรูปภาพ เราต้องถ่ายรูปให้สวยให้ได้ ในสไตล์ที่กลุ่มเป้าหมายเราชอบ หรือถ้าเราขายสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เราต้องเขียนให้เยอะ อธิบายให้ดีว่าสินค้าเราคืออะไร จะช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า ฯลฯ

 

ทักษะหลักๆที่คุณจำเป็นต้องมีในการ ขายของออนไลน์ คือ การทำรูปให้สวย + ทักษะการเขียนนำเสนอแบรนด์และสินค้า

 

เรื่องไหนเราไม่ถนัด ต้องจ้างคนมาดูแลตรงนั้น แต่เราในฐานะเจ้าของธุรกิจต้องทราบก่อนว่า “เรื่องนี้สำคัญ” นะคะ

 

4. ยิงโฆษณาให้แม่น ขายของออนไลน์

 

ปัญหานี้ก็เป็นกันเยอะค่ะ คือ สร้างแบรนด์มาดี มีเรื่องเล่าแบรนด์ที่น่าสนใจ พัฒนาสินค้าดีมาก ทำ Content สวย แต่ตกม้าตายที่…. “ไม่ยอมโฆษณา / โฆษณาไม่เป็น” นี่แหละ

 

เพราะการพัฒนาสินค้าให้ดี สร้างแบรนด์ วางแผนการตลาดและทำ Content ให้ดีได้ ขวัญรู้ว่าเราต้องใช้เวลา ความพยายาม และต้องอดทนเรียนรู้หลายๆอย่าง บางอย่างก็ต้องจ้างเค้าทำ เสียเงินสร้างธุรกิจขึ้นมาแล้ว แต่สุดท้าย เรากลับขายของไม่ได้หรือได้ไม่ดีอย่างที่หวังเพียงเพราะ เราไม่สามารถนำเสนอสินค้าของเราไปหาคนที่เค้าอยากได้มันจริงๆ

ต้องทำยังไงก็ได้ ให้เราสามารถนำเสนอแบรนด์ของเรากับกลุ่มเป้าหมายที่ถูกกลุ่มจริงๆ ถ้ายิงเองไม่แม่น ต้องเรียนรู้เพิ่ม หรือจ้างคนมายิงให้ค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกและงบของแต่ละธุรกิจไปนะคะ

 

เรื่องของยิง Ads นี้ ขวัญจะค่อยๆเขียนสอนเทคนิคการยิงโฆษณาไปเรื่อยๆนะคะ เพราะแค่ FB Ads อย่างเดียว ก็มีเรื่องให้พูดถึงหลายหัวข้อมากๆแล้ว

 

ทำการตลาด

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

อัลกอริทึ่มนี่จะมีการพัฒนาระบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ค้นหาข้อมูลได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ  ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Google เพื่อสืบค้นข้อมูลโดยผ่านทางหน้าจอมือถือหรือจากคอมพิวเตอร์ ผู้อ่านก็สามารถรับข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ โดยที่เว็บไซต์ลำดับต้นๆ จะเป็นบทความที่ระบบอัลกอริทึ่มได้จัดลำดับไว้ให้ผู้อ่านว่า บทความนี้ป็นประโยชน์ น่าเชื่อถือ และมีผู้เชี่ยวชาญรับรองว่าบทความที่เขียนขึ้นเป็นความจริง เราขอแนะนำ 3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้นโดยใช้หลักการ E-A-T

สิ่งที่ผู้เขียนบทความหรือผู้ผลิตเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญ คือการสร้างบทความที่มีผลลัพธ์ไปในทิศทางที่ Google ต้องการนำเสนอแก่ผู้อ่าน ซึ่งในปี 2020 นี้ เราจะเน้นไปที่ เทคนิคการสร้าง  ” E-A-T ”

เทคนิคการ E-A-T คือหลักเกณฑ์ที่ Google ใช้เพื่อกำหนดว่า บทความหรือเว็บไซต์ต่างๆ มีคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดให้ลำดับค้นหาใน Google  มีการปรับเปลี่ยนขึ้นลง

  • Expertise  คือ ผู้เขียนต้องมีความเชี่ยวชาญในบทความที่ตนเขียน
  • Authoritativeness คือ ผู้เขียนมีอำนาจในการแก้ไขบทความและสามารถยืนยันได้ว่าตนเป็นผู้เขียนบทความนั้นๆ
  • Trustworthiness  คือ การสร้างบทความให้มีความน่าเชื่อถือ

ทำไมต้องใช้หลักเกณฑ์ E-A-T 

ย้อนกลับไปในปี 2015 Google ได้เปิดเผยเอกสารที่มีชื่อว่า  Search Quality Evaluator Guidelines เพื่อเป็นคู่มือ ในการกำหนดมาตรฐานของเว็บไซต์ ซึ่ง Google จะมีทีมสำหรับพัฒนาระบบอัลกอริทึ่ม เพื่อให้การจัดลำดับเว็บไซต์มีประสิทธิภาพ

Google ไม่ได้ใช้เพียงแค่เกณฑ์  E-A-T เพื่อจัดลำดับเว็บไซต์ แต่บทความของเว็บไซต์นั้นๆ จะต้องอยู่ในมาตรฐานของ E-A-T ด้วยเช่นกัน ดังนั้น Google จึงปรับปรุงคู่มือเพิ่มเติมในปี 2018 โดยเน้นไปที่การกำหนดมาตรฐานเว็บไซต์ประเภท YMYL

การใช้หลัก E-A-T  จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อ่าน ซึ่งบทความนั้นๆ ควรแสดงชื่อหรืออาชีพผู้เขียน และผู้เขียนบทความสามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำงาน หรือผลงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จะทำให้บทความของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น และสามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เขียนขึ้นมาเป็นความจริง

 

1. Expertise

ความหมายของคำว่า Expertise -> การมีความรู้และทักษะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่ง การที่ผู้เขียนมีความรู้หรือทักษะที่หลากหลาย โอกาสที่ผู้อ่านจะเข้ามาในเว็บไซต์จะเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การสร้าง Engagement บนโลกออนไลน์

โดยการใช้วิธีการสื่อสาร หรือถ่ายทอดข้อมูลไปยังผู้อ่านได้อย่างถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นผู้เขียนจะต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

ในฐานะผู้เขียน คุณอาจมีคำถามในใจว่า  “ฉันสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ของฉันได้อย่างไรบ้าง”  หรือ “มีเทคนิคอะไรบ้าง ที่เราใช้พัฒนาการเขียนคอนเทนต์ของเราได้ “ ในคอนเทนต์นี้มีคำตอบ  โดยเราขอสรุปเทคนิคการเขียนคอนเทนต์เป็นหัวข้อดังนี้

1. คุณควรคำนึงถึงเป้าหมายของผู้อ่าน
เนื่องจาก การที่เรารู้ใจของผู้อ่าน ว่าต้องการอะไร ชอบอ่านบทความประเภทไหน หรือมีกระแสอะไรเกิดขึ้นใหม่บ้าง

2. ผู้เขียนเข้าใจถึง Keyword ของบทความ
เช่น หากผู้อ่านต้องการอ่านบทความที่เกี่ยวกับ การตลาดในบุคดิจิทัล ดังนั้น Keyword หรือคำศัพท์ไหนที่อยู่ในกระแส ณ ขนะนั้น หรือคำศัพท์ไหนที่เป็นคำเฉพาะกลุ่มมากเกินไป หรือใหม่เกินไป อาจจะไม่ใช่ Keyword ที่ลูกค้ากำลังค้นหาอยู่ก็เป็นได้

3. การทำคอนเทนต์ออนไลน์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรมีเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย

4. ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านโดยการใช้ Rich Media
เช่น การใช้ภาพและเสียง การใช้วิดีโอ pop up หรือภาพเคลื่อนไหวอย่าง GIF โดยปรับรูปภาพ ให้เหมาะสมของตัวเนื้อหา

5. ผู้เขียนควรทำการบ้านเพิ่มเติมว่า สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์เพิ่มเติมจากบทความที่เราเขียน และบทความนั้นสามารถต่อยอดหรือสร้างความเข้าใจให้ผู้อ่านได้ดีขึ้น

เมื่อทราบแล้ว เราสามารถเพิ่มเติมเนื้อหาที่มีประโยชน์ หรือแนะนำบทความอื่นเพิ่มเติมโดย

  1. ใส่ลิงก์ที่เป็นบทความเพิ่มเติมเอาไว้ในหน้าเว็บไซต์
  2. ถึงแม้ว่า ผู้อ่านกดลิงก์ไปยังหน้าบทความอื่น แต่ยังเป็นบนเว็บไซต์เดิมของเรา
  3. บทความจะเปิดไปยังหน้าต่างใหม่ ทำให้ผู้อ่านใช้เวลากับเว็บไซต์เรานานขึ้น

 

2. Authority

การเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานเขียนถือว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบขั้นพื้นฐาน ในขณะที่นักเขียนคนอื่น ๆ กำลังมองหาแหล่งอ้างอิงใหม่ๆ เพื่อเขียนบทความโดยใช้ชื่อของคุณ (ชื่อของผู้เขียน) หรือแบรนด์ของคุณเป็นแหล่งอ้างอิง ถึงหัวข้อที่เขียนบทความขึ้น สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คุณไม่ได้เป็นแค่ผู้เชี่ยวชาญ แต่คุณคือ Authority (ผู้ที่มีอำนาจหรือเป็นเจ้าของบทความนั้น ๆ ที่ผู้อื่นอ้างอิง)

วิธีประเมินว่าเรา มีความเชียวชาญในบทความที่เราเขียนหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จาก

  1. ชื่อของผู้เขียนจะต้องลิงก์กับเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถกดเพื่อเข้าไปที่หน้าโพรไฟล์ของคุณได้ สิ่งนี้ทำให้ลำดับเว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่ในลำดับที่สูงขึ้น
  2. Google พิจารณาจากการที่บทความได้กล่าวถึงตัวผู้เขียน หรือเว็บไซต์ของผู้เขียน
  3. บทความ มีการแชร์ออกไปบนโลกโซเชียล สามารถสร้าง Authority ให้กับผู้เขียนได้
  4. การที่คนใช้ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อของผู้เขียนในการค้นหา
  5. การที่ผู้อ่านสามารถหาข้อมูลของผู้เขียนหรือแบรนด์ได้จากหน้า Wikipedia ซึ่งวิธีนี้อาจจะไม่ง่าย จนกว่าแบรนด์ของคุณ หรือตัวผู้เขียนไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง

3. Trustworthiness

Trustworthiness คือ ความน่าเชื่อถือบทความ

นอกเหนือจากการเน้นเทคนิค Expertise และ Authoritiveness เพื่อพัฒนาให้เว็บไซต์ของเราอยู่ใน ลำดับที่สูงขึ้น การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการวัดคุณภาพบทความ วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือในกับบทความเรา อาจจะมาจากการแนะนำผ่านเว็บไซต์อื่นๆ เช่น Tripadvisor, Trustpilot, Facebook, Google My Business

นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์โดย

  1. การสร้างช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของเว็บไซต์โดยตรง
  2. การระบุตำแหน่งที่ชัดเจน หากมีหน้าร้านค้า หรือบริษัท เพื่อติดต่อ
  3. การสร้างข้อกำหนดและเงื่อนไข  (T&Cs page) ซึ่งเป็นการกล่าวถึงเจตนา และจุดประสงค์ของเว็บไซต์เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงข้อกำหนดต่างๆ ก่อนใช้งาน
  4. การสร้าง Domain เพื่อความปลอดภัย และอีกทั้งยังเป็นมาตรฐานสากลในการเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  5. สร้าง Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัว) เพื่อรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ และแสดงถึงความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เ
  6. ว็บไซต์ควรมีนโยบายการคืนเงินและสินค้า หากเว็บไซต์ของคุณมีช่องทางชำระเงิน
  7. ผู้เขียนมีการอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูล ว่ามาจากแหล่งไหน และคอนเทนต์นั้นๆ สามารถอ้างอิงไปถึงตัวผู้เขียนคอนเทนต์ได้

 

ทำการตลาด

ปัจจัยในการทำ SEO มีอะไรบ้าง

ปัจจัยในการทำ SEO มีอะไรบ้าง

 

ปัจจัยในการทำ SEO มี 7 ข้อหลักดังต่อไปนี้

  1. โฮสติ้งหรือที่ๆ เราใช้ฝากเว็บไซต์ของเรา
  2. ชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนม
  3. Title หรือชื่อจำกัดความของหน้าเว็บไซต์
  4. Description หรือคำอธิบายของหน้าเว็บไซต์
  5. Keyword หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
  6. Content หรือเนื้อหาของเว็บไซต์
  7. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย

ข้อดีที่เราจะได้รับจากการทำ SEO

เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้รับการจัดลำดับ ในอันดับที่ดีขึ้น (ยิ่งเป็นอันดับที่ 1 ใน Keyword นั้น ๆ ด้วยยิ่งดี) เพื่อให้มีคนได้มีโอกาสเข้าเว็บเรามากขึ้นโดยการคลิกที่ลิงค์จากการค้นหาผ่าน Search Engine เพื่อเป็นการประหยัดค่าโฆษณาเว็บไซต์ของเรา ที่ไปติดโฆษณาในที่ต่าง ๆ เพื่อทำให้เว็บไซต์เราสามารถขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น (อันนี้เหมาะกับเว็บ e-Commerce และ e-Marketing ต่าง ๆ ) เพราะการค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine มีคนใช้ถึง 81% เราต้องทำให้คนรู้จัก เราให้ได้มากที่สุด การทำ SEO เป็นการประหยัดเวลาระยะยาว (แต่ใช้เวลาทำนานไม่น้อยกว่า 6 เดือน) ถ้าคุณติดลำดับต้น ๆ ในหน้าแรกแล้วจะทำให้เกิดการคลิกและเข้าเว็บเรามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำ SEO มีอะไรบ้าง

  • สามารถทำให้ได้กลุ่มลูกค้าที่ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้
  • สามารถโปรโมทเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของท่าน
  • ทำให้เว็บไซต์ของท่านติดอันดับบนเว็บเสิร์ชเอ็นจินได้
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเมื่อเทียบกับการโฆษณาประเภทอื่นๆ
  • ทำให้เว็บไซต์ของคุณง่ายต่อการค้นหาบนเว็บเสิร์ชเอ็นจิน

SEO ทำอย่างไร

วิธีการทำ SEO สามารถแบ่งได้ตามปัจจัยในการทำ SEOซึ่งหลักๆ มีดังต่อไปนี้

  1. ควรเลือกโฮสติ้งที่ดีมีมาตรฐานไม่ล่มบ่อย มี bandwidth ในการเข้าถึงที่ดีจากต่างประเทศเพราะ bots หรือ spider ของเว็บ Search Engine นั้นมาจากต่างประเทศเป็นหลัก
  2. ชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนม ควรใช้ชื่อที่สื่อความหมายได้ตรงกับสินค้าหรือตรงกับ keyword ที่เราต้องการทำ SEO
  3. Title หรือชื่อจำกัดความของหน้าเว็บไซต์ ต้องมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันกับ keyword ที่เราต้องการทำ SEO
  4. Description หรือคำอธิบายของหน้าเว็บไซต์ ต้องสามารถอธิบายและขยายความ title ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดีและสั้นกระชับได้ใจความ
  5. Keyword หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ และต้องตรงกับ keyword ที่เราต้องการทำ SEO
  6. Content หรือเนื้อหาของเว็บไซต์ ต้องเขียนขยาย description อีกทีนึงให้รายละเอียดที่ครบถ้วน
  7. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย เช่นการใช้ SSL เข้ามาช่วยในการเข้ารหัสการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องลูกค้ากับเครื่อง server แม่

 

ทำการตลาด