UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน UFABET คืออะไร ในปัจจุบันนี้ได้มีทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพันพนัน ที่เปิดให้บริการเพื่อรองรับนักพนันแต่ละท่านที่มีเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน ซึ่งจากแต่เดิมนัก พนันจะเลือกวาง เดิมพันกับ บ่อนพนัน หรือโต๊ะบอลที่ รับการวางเดิม พันแทงบอล และรูปแบบการพนันต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ ได้มียุคสมัย ที่เปลี่ยนแปลง ไปและมีเทคโนโลยี เข้ามาเป็นส่วน เกี่ยวข้อง จึงทำให้มีเว็บพนัน ออนไลน์เข้ามา เปิดให้บริการใน ประเทศไทย เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละวัน  มีคำถามอยู่ บ่อยครั้ง สำหรับนักพนัน ที่ชื่นชอบในการ วางเดิมพัน

พนัน ต่างมีความ สับสน และขัดข้อง ใจในเรื่องของการวาง เดิมพันพนัน ด้วยระบบ ออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อเรา ได้ยินหรือพบ เห็นการโฆษณา ผ่านทางระบบออน ไลน์มาบ้างแล้ว สำหรับเว็บ พนันออนไลน์ ว่าเป็นเว็บแบบ ไหนกัน ซึ่งในวันนี้เราจะมา ให้คำแนะนำ

ในการทำความรู้ จักกับเว็บพนันออนไลน์ เว็บนี้ เพราะนักพนัน บางท่านอาจจ ะยังไม่เคยได้สัมผัสกับ ระบบออนไลน์ มาก่อน จึงยังเกิดความสับ สนในการเข้า ร่วมวางเดิม พันพนัน ซึ่งเว็บพนัน นี้ เป็นเว็บพนันออน ไลน์ที่ได้เปิด ให้บริการเป็นเว็บจากนอกนั่นเอง

ซึ่งให้การ อำนวยความ สะดวกเป็นอย่างดี โดยที่ นักพนันไม่ต้องเสียเ วลาในการเดินทาง ไปยังสถาน ที่ต่างๆที่รับ การวางเดิมพัน แทงบอล ซึ่งเว็บพนันเว็บ นี้เปิดให้ได้วาง เดิมพันในรูปแบบ การพนันอย่าง หลากหลาย รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง บ่อนคาสิโน หวย มวย

กีฬาออนไลน์ต่าง ๆ และอีกมากมาย ที่จะทำให้นักพนันแต่ละท่านนั้น ได้มีตัวเลือกเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในการวางเดิมพันพนัน ซึ่งในการวางเดิมพันด้วยเว็บพนันเว็บนี้ จะต้องวางเดิมพันโดยใช้เครื่องมือ สื่อสาร ในการวางเดิม พันพนัน ซึ่งนั่นก็คือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก

และโทรศัพท์ มือถือ ซึ่งได้มีการรองรับ จากซอฟต์แวร์ เป็นอย่างดี และนักพนันยังสามารถที่ จะวางเดิมพันพนัน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะทางเว็บ พนันได้เปิดให้ วางเดิมพันพนัน อย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากว่านัก พนันเลือกวาง เดิมพันกับบ่อนพนัน จะมีเวลาที่

จำกัดจึงทำให้ไม่ สามารถที่จะเข้า ร่วมวางเดิมพัน พนันได้อย่างทัน ท่วงที  ในการวางเดิมพัน พนันโดยเว็บ พนันออนไลน์ UFABET ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ ในการวางเดิมพัน พนันออนไลน์ ที่ให้ทั้งความ สะดวกสบาย ความน่าเชื่อถือ มีระบบรักษาความ ปลอดภัยที่ดี

ซึ่งในการเข้า ระบบทุกครั้งจะต้องทำการ login โดยการใส่ username กับ Password เพื่อป้องกันข้อ มูลรั่วไหล ให้การ บริการที่ดี ครบครันทุก ขั้นตอนในการวางเดิมพัน พนัน ทั้งข้อมูลและแนวทาง ในการวาง เดิมพันพนัน เพื่อให้นักพนัน แต่ละท่าน สามารถที่จะวาง เดิมพันพนันได้ อย่างถูกต้อง และแม่นยำ

UFABET ทางเลือกใหม่ในการวางเดิมพัน เพราะการที่เราไม่ได้สนใจ เกี่ยวกับการพนัน อาจจะไม่ได้ ติดตามข่าวสาร หรือการเปลี่ยน แปลงต่าง ๆ และละเอียดต่าง ๆ เราจึงไม่ทราบ ว่ามันคืออะไรเพราะฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจ ที่เราจะไม่รู้จัก

ผู้ให้บริการ หรือไม่รู้จัก เว็บที่เปิดให้ บริการเพราะเ ป็นเรื่องปกติ เพราะเราไม่เคย มีประสบการณ์ ในการใช้งานดูก่อน และเมื่อเรา มีความสนใจ จากที่ทำการใช้ งานแล้วเราก็ ต้องศึกษา ข้อมูลและศึกษา ว่าแต่ละเว็บนั้น มีข้อดีอย่างไร

เพื่อจะใช้เป็น ทางเลือกในการตัดสินใจและใช้ เป็นตัวเลือกใน การสมัครเป็น สมาชิกเพื่อทำ การลงทุนในรูป แบบที่เราต้องการ สำหรับคำว่า ยูฟ่าเบทที่ หลาย ๆ ท่านสงสัยว่า มันคืออะไรและมีการให้บริการ เกี่ยวกับอะไรนั้น ก็คือเว็บที่เปิด ให้บริการเกี่ยว

กับการพนันออนไลน์ นั่นเองซึ่งเป็น เว็บที่เปิดให้ บริการมาอย่างยาวนาน พอสมควรตั้งแต่การพนันนั้ นได้มีการเปลี่ยน แปลง อยู่ผ้าเบรค ก็เปิดให้บริการ ตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งวันนี้ และก็ได้มี การเปลี่ยนแปลง พัฒนาให้เป็น เว็บที่ตรงตามความต้องการ

ของสมาชิกอยู่ เสมอยูฟ่าเบท จะพยายามหา ข้อบกพร่อง ของเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อมาปรับใช้ และปรับเปลี่ยน ให้กับเว็บของ ตัวเองนั้นเป็นจุดเด่น จึงทำให้เว็บ ยูฟ่าเบทค่อน ข้างเป็นที่ รู้จักกันดีใน วงการการพนัน และเป็นเว็บที่มี คนเลือกใช้ งานมากที่ สุดเพราะแน่นอน

ว่าในการตัดสินใจ เลือกทำการสมัครเป็น สมาชิกเว็บใด เว็บหนึ่งสิ่งที่ เราต้องเลือกตั้ง ก็คือเว็บที่มี ความปลอดภัย และมีคุณภาพ มากพอ คำว่าคุณภาพ ก็จะต้องการให้ บริการการให้คำแนะนำ และการให้ความรู้แก่ คนที่ยังไม่เคย ทำการใช้งานมา ก่อนซึ่งยูฟ่า

เบทก็สามารถ ตอบโจทย์ในส่วน นั้นได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เป็น เว็บนทางเลือกในการใช้งาน ของหลาย ๆ ท่าน และทำให้เว็บยูฟ่า เบทเป็นเว็บ ที่มีสมาชิกมาก ที่สุดในตอนนี้ ถ้าสนใจอยาก ที่จะทำการใช้ งานหรือสนใจ อยากจะทำการสมัคร เป็นสมาชิกเราขอ

แนะนำว่าให้ ท่านศึกษาข้อมูลและราย ละเอียดต่าง ๆ ให้ดีเพื่อความเข้า ใจรวมไปถึงเงื่อน ไขการใช้บริการ ของยูฟ่าเบทและเมื่อท่านศึกษา ข้อมูลอย่างรอบคอบ แล้วปรากฏว่า ท่านพึงพอใจที่ ทำการใช้งาน สามารถทำการสมัค รเป็นสมาชิกของ  ออนไลน์ได้ใช้

งานการใช้งานผ่านระบบออนไลน์ มีความสะดวก ทางการเดิน ทางมือถือเข้า ลิงค์ทางเข้ายูฟ่าเบท ซึ่งถือว่า เป็นการใช้งานที่ มีความสะดวก และตอบโจทย์ใน ยุคนนี้เป็นอย่างมาก

 

UFABET

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่ทำให้คนรู้จักร้านเรามากขึ้น

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ในปัจจุบันการแข่งขันการทางธุรกิจบนตลาดออนไลน์นั้น มีความเข้มข้นขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่หน้าแรกๆหรืออับดับต้นๆของ Google Search Engine หรือจะเป็นการโฆษณาบนโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube, Instagram ซึ่งในวันนี้เราก็อยากที่จะมาแชร์แนวคิดในการทำการตลาดที่เหมาะสมกับปัจจุบันกันครับ

Planning (การวางแผน – กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ )

ในการวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ เราควรวางแผนก่อนเสมอว่า เราควรทำการตลาดบนแพลตฟอร์มไหน งบประมาณเท่าไร จะใช้สื่อมีเดียอะไรในการสื่อสารไปยังลูกค้า และสิ่งที่สำคัญคือลูกค้าในแพลตฟอร์มนั้นๆมีพฤติกรรมอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าใน Facebook มีพฤติกรรมที่ชอบดูรูปภาพ พร้อมกับอ่านโพสประกอบ ซึ่งเราก็ควรจะมีรูปภาพสวยๆประกอบ บวกกับข้อความที่ชัดเจน กระชับ น่าอ่านไม่น่าเบื่อเป็นต้น และกรณีที่เราจะทำวิดีโอลงบนเฟสบุ๊ค เราก็อาจจะทำวิดีโอให้มีความกระชับชัดเจน เป็นต้น อีกหนึ่งสิ่งคือเราก็ควรจะวางแผนด้วยว่า จะวัดผลอย่างไร

Content Creation (การสร้างคอนเทนต์ – กลยุทธ์การตลาดออนไลน์)

การสร้างคอนเทนท์ให้น่าสนใจจะเป็นผลที่ได้จากการวางแผนในขั้นตอนการวางแผน ว่าเราควรจะผลิตสื่อคอนเท้นท์แบบไหนให้ตรงใจกับกลุ่มผู้ชมให้มากที่สุด ซึ่งในหนึ่งแพลตฟอร์มเราอาจจะมีสื่อหลายประเภทที่ใช้ เช่น Facebook อาจจะมีทั้ง ข้อความ (Text) รูปภาพ (Images) และคลิปวีดีโอ (Video) เป็นต้น

เมื่อเราทำการสร้างคอนเทนท์และอัพโหลดลงแพลตฟอร์มนั้นๆแล้ว ก็ควรจะตรวจเช็คผลการตอบรับและนำมาวิเคราะห์หาวิธีปรับปรุง และคอมเม้นต์เพื่อนำมาปรับปรุงในการทำคอนเทนท์ครั้งต่อๆไป

Organic Traffic

หรือการที่มีคนค้นหาเจอเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ของเราจากแหล่งต่างๆ ซึ่งอาจมาจากการทำ SEO ที่ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึงการที่เราพยายามที่จะทำให้สื่อออนไลน์ของเรา เช่น Website, YouTube Video, Store (หน้าร้านของเรา) ปรากฏอยู่บนผลลัพท์ของการค้นหาใน Search Engine นั้นๆ ซึ่งผู้ให้บริการเสิร์ชเอ็นจิ้นรายใหญ่ในปัจจุบันก็คงจะหนีไม่พ้น Google และเสิร์ชเอ็นจิ้นที่สำคัญอีกแห่งก็คือ YouTube

วิธีการทำ SEO ในปัจจุบันนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แตกต่างกันที่จุดประสงค์ของการทำ และ Search Engine Platform ที่ต้องการให้เว็บไซต์หรือสื่อดิจิทัลของเราปรากฏอยู่อันดับต้นๆ เช่น สมมุติว่าเรามีหน้าร้านขายเช็งซิมอี๊อยู่แถวถนนพัฒนาการ เราก็ต้องการให้ร้านของเราปรากฏอยู่บนหน้าแรกของ Google ผ่านวิธีการ Google Map Marketing เวลาที่ลูกค้าค้นหาคำต่างๆ แล้วขึ้นร้านเราปรากฏอยู่ในหน้าแรก เป็นต้น

Paid Ads (การโฆษณาออนไลน์ – กลยุทธ์การตลาดออนไลน์)

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ หรือการ Run Ad ซึ่งเป็นการจ่ายเงินเพื่อทำโฆษณาบน Social Media หรือ Search Engine ที่เราต้องการ เช่น การโฆษณาบน Google ผ่านการทำ Google AdWords การโฆษณาบน Facebook ผ่านการทำ Facebook Ads หรือการโฆษณาบน YouTube ผ่านสื่อ YouTube Ads โดยการทำ Ad ใน

ปัจจุบันนั้นการจ่ายค่าโฆษณาผ่านสื้อออนไลน์อาจจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากสมัยก่อน แต่ถ้าเราจัดการ Ads ให้ดี และเหมาะสม ติดตามผลและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ หรือกลุ่มลูกค้า การ Run Ad ก็จะสร้างร้ายได้ที่คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน

 

ทำการตลาด

ทำไมเจ้าของเว็บไซต์ถึงต้องทำ SEO?

SEO คืออะไร แล้ว SEO ต้องทำอะไรบ้าง?

หากคุณเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริการและสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกสรร แล้วถ้าธุรกิจของคุณมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ยังไม่ได้ทำ SEO ในเว็บไซต์ หรือแทบจะไม่เคยรู้จักคำว่า SEO คืออะไร เลย วันนี้เราจะมาอธิบายว่า SEO คืออะไร แล้วทำไมเจ้าของธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองถึงต้องทำ SEO ด้วย วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว

SEO คือ

SEO (Search Engine Optimization) คือการทำเว็บไซต์ให้ติดอยู่อันดับแรกๆของหน้าค้นหา ยิ่งถ้าคุณทำ SEO อย่างถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติ Search Engine จะทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ดังนั้นยิ่งเว็บไซต์ของคุณอยู่อันดับต้นๆเมื่อไหร่ ลูกค้าจะรู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น มี Traffice เข้าเว็บไซต์ของคุณตลอดเวลา โอกาสที่คุณจะทำกำไรให้กับธุรกิจของคุณก็มีมากขึ้นเท่านั้น

ตามหลักการและหลักปฏิบัติ การทำ SEO จะเริ่มต้นจากการเลือก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณก่อน โดยจะใช้โปรแกรม Keyword Planner ในการค้นหา Keyword ที่คนมักค้นหา และนำ Keyword เหล่านี้ไปทำ SEO นั่นเอง แต่การทำ SEO ไม่ได้จบอยู่แค่นี้แน่นอน

ซึ่งเราจะขอยกหลักการทำ SEO มา 2 แบบใหญ่ๆ ที่ทั่วโลกต่างใช้กันนั่นก็คือ

1.      SEO OnPage

เป็นการทำ SEO ด้วยการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ของคุณให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยในการจัดอันดับของเว็บไซต์ โดยพื้นฐานในการทำ On Page ได้แก่ เนื้อหาภายในเว็บไซต์ หัวเรื่องของเว็บไซต์ (Title) คำอธิบายเว็บไซต์ (Description) การเชื่อมโยงลิงก์ภายในเว็บไซต์ และอื่นๆ ซึ่งเราจะทำการปรับแต่งภายในเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเว็บไซต์ และทำให้เว็บไซต์ออกมาเป็นรูปแบบทิศทางเดียวกัน

2.      SEO OffPage

ทีนี้ในส่วนของ Off Page จะเป็นการทำ SEO จากภายนอกเว็บไซต์ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการโปรโมตเว็บไซต์ตัวเองบนเว็บไซต์อื่น ด้วยวิธีการทำ Link (Link Building) จากเว็บอื่นๆ โดยเราจะทำการแนบลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ตัวเอง (Backlink) ทั้งนี้การทำ Off Page จะมีทั้งที่ถูกและผิด อาจต้องใช้เทคนิคในการทำในส่วนนี้สักนิดหนึ่ง

เหตุผลที่คุณควรทำ SEO

  • ให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้นๆ

การทำให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้นๆของการค้นหา จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะรู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น แถมยังเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเลือกใช้บริการธุรกิจคุณ หรือเลือกซื้อสินค้าจากธุรกิจของคุณ ดังนั้นการทำ SEO จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ ให้ Search Engine ทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งถ้าคุณทำ SEO อย่างถูกต้องไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ทำ SEO ให้ธรรมชาติมากที่สุด อันดับเว็บไซต์ของคุณก็อยู่ในตำแหน่งที่ดี

  • ประหยัดค่าทำ SEM

อย่างที่เรารู้จักดีว่า SEM ก็คือการทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณอยู่อันดับแรกของการค้นหา แต่การอยู่ในอันดับแรกนี้จะต้องเสียค่าโฆษณาให้กับ Google ตลอด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเลิกจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google อันดับคุณก็จะตกลงมา ดังนั้นหากเว็บไซต์ของคุณทำ SEO จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ให้อยู่ในอันดับแรกๆแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าโฆษณาอีกด้วย

  • สร้างความน่าเชื่อให้กับเว็บไซต์

การที่เว็บไซต์ธุรกิจของคุณอยู่อันดับแรกๆ ของการค้นหา นอกจากจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ธุรกิจคุณมากขึ้น ในสายตาของ Search Engine ยังมองว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีลูกค้าเข้าธุรกิจคุณอยู่สม่ำเสมอ

  • จัดโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นระบบ

SEO ยังมีส่วนเข้ามาช่วยวางผังโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นระบบ ซึ่งการวางผังโครงสร้างจะช่วยให้ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย และทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้อยู่ตำแหน่งที่ดี และการวางผังนี้ส่งผลในระยะยาวและมีความยั่งยืน เหมือนกับประโยคที่ว่า บ้านจะแข็งแรงได้ ขึ้นอยู่กับการวางโครงสร้างที่แข็งแรงก่อน เช่นเดียวกับ การจะทำธุรกิจบนเว็บไซต์ให้แข็งแรง ก็ต้องทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพก่อน

 

รับทำ SEO

4 ข้อสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้สุดปัง

4 ข้อสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้สุดปัง

4 ข้อสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้สุดปัง อย่างน้อยเราต้องมี CHECKLIST 4 องค์ประกอบนี้เป็นสำคัญ เป็น “4 เสาหลัก” ที่ถ้าเราพลาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจทำให้ธุรกิจไปไม่ถึงไหนได้เลย

1. การ ขายของออนไลน์ สินค้าต้องดีและแตกต่าง

ข้อแรก ก่อนที่เราจะไปวางแผนการตลาด, เรียนเทคนิค FB ขั้นสูง หรือวางงบการตลาดจำนวนมาก

บางทีเราต้องเริ่มต้นจาก “เรื่องพื้นฐานที่สุด” ในการทำธุรกิจก่อนนะคะ คือ “สินค้าเราต้องดีค่ะ”

ถ้าสินค้าเราไม่ดี เราลงงบการตลาด ทำการตลาดด้วยช่องทางต่างๆมากมาย อาจจะทำให้คนลองซื้อใช้ครั้งแรกได้ค่ะ

แต่เมื่อสินค้าไม่ดี จะไม่มีการซื้อครั้งที่สองอีก และจะไม่เกิดการปากต่อปาก เพราะฉะนั้นก่อนจะทำการตลาดอะไรซับซ้อน ลองสังเกตดูก่อนค่ะ ว่าสินค้าเราดีพอหรือยัง? เช่น ถ้าขายอาหาร อาหารของเราอร่อยมั้ย? หรือถ้าทำเครื่องสำอาง สินค้าเราใช้ดีมั้ย ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงๆหรือเปล่า?

ถามตัวเองว่าถ้าเป็นเรา เราจะซื้อสินค้าของเรามั้ย? ถ้าพัฒนาสินค้าและบริการได้ดี เจ้าของหรือฝ่ายการตลาดจะรู้จุดเด่นของสินค้าว่าดียังไง แตกต่างยังไง หลังจากนั้นจะนำจุดเด่นมาสร้างแบรนด์และทำการตลาดได้ไม่ยาก

 

2. แบรนด์ชัด มีความแตกต่างโดดเด่นจากคู่แข่ง

 

ถ้าสินค้าเราดีพอแล้ว เรามีการนำเสนอแบรนด์และสินค้าที่ดีพอหรือยัง?

จากการสอนและปรึกษาธุรกิจ ขวัญจะเจอธุรกิจที่มีปัญหาเรื่องแบรนด์กรณีบ่อยมากค่ะ โดยจะขอแบ่งเป็น 2 กรณีนะคะ คือ

 

กรณีที่ 1

คือ “ธุรกิจที่ไม่มีการสร้างแบรนด์ ไม่มีจุดขาย หาจุดที่แตกต่างโดดเด่นจากคู่แข่งไม่ได้เลย”

 

ขายสินค้าเหมือนๆกับคนอื่น นำเสนอเรื่องเหมือนกันกับคนอื่น ขาดการนำเสนอ Brand Story / Brand Concept ที่ดีพอให้ลูกค้าจดจำได้ ส่วนใหญ่จะเน้นขายสรรพคุณของสินค้าว่าทำอะไรได้บ้าง โดยเป็นการสื่อสารจุดที่เหมือนๆกันกับคู่แข่งไปหมด จนแบรนด์ไม่มีความแตกต่างพอให้ลูกค้าจดจำ

 

กรณีที่ 2

คือ “ธุรกิจที่สินค้าดีและมีจุดขายที่โดดเด่น แต่ปัญหาคือ “ไม่สื่อสารการตลาดออกมา” ให้คนจำได้

ขวัญเจอเจ้าของธุรกิจแบบนี้หลายคนมากๆค่ะ คือสินค้าดี เรื่องราว ความเป็นมาดี มีจุดเด่นสินค้าและแบรนด์ที่แตกต่าง

 

แต่มีปัญหาคือ คนรู้จุดเด่นและเรื่องเล่าของแบรนด์มีคนเดียว คือ “เจ้าของ”

 

ใครอยากรู้ว่าแบรนด์นี้ขายอะไร/ ความเป็นมายังไง/ มีข้อแตกต่างอะไรบ้าง/ ทำไมต้องใช้สินค้าและบริการที่นี้ อยากรู้ให้ถามเจ้าของค่ะ เพราะรู้อยู่คนเดียว 555 แถมเวลาเจ้าของเล่าคือ ดีมากก น่าสนใจ น่าซื้อทันที

 

แต่พอมาดูช่องทางการสื่อสารการตลาดต่างๆ เช่น ดูบนเว็บไซต์, ในหน้า FB Fanpage, ดูโบรชัวร์ ฯลฯ จะไม่เห็นมีจุดเด่นแบบที่เจ้าของเล่ามาเลย พูดง่ายๆคือทางแบรนด์ไม่สามารถสื่อสารแบรนด์ของตัวเองออกมาได้ หรือทำก็ทำได้ไม่ดีเลยค่ะ ต้องรอเจ้าของพรีเซนต์เท่านั้น

 

3. ทำ Content ให้ดี

 

เมื่อสินค้าเราดีแล้ว แบรนด์เราโดดเด่นแล้ว เราก็ต้องสื่อสารแบรนด์และจุดเด่นของเราออกมาในช่องทางการตลาดต่างๆให้ได้ด้วยค่ะ ที่สำคัญคือ “ต้องทำและต้องทำให้ดีด้วย”

 

  • อย่างน้อยรูปต้องสวย (สวยในความหมายว่าลูกค้าชอบและก่อให้เกิดการซื้อนะคะ ไม่ใช่สวยในเชิงศิลปะ มองว่าสวย ซึ่งไม่เกิดผลในเชิงธุรกิจ)
  • การเขียนและนำเสนอ Content ต้องทำออกมาให้ดี สื่อสารจุดเด่นของสินค้าของเราให้ได้

 

ยิ่งถ้าเราเน้นขายทางออนไลน์ คนจะซื้อสินค้าผ่าน Content ที่ดีนี่แหละค่ะ เราต้องเรียนรู้การทำ Sale Content คือการทำโพสต์ขายสินค้าและบริการของเราตรงๆให้ดี ถ้าทำ Content ได้ดีจะปิดการขายได้ไม่ยาก

 

ปัญหาการทำ Content นี้เป็นปัญหาหลักที่เจ้าของธุรกิจเป็นกันเยอะค่ะ บางคนก็เรียนยิงโฆษณา ลองยิงโฆษณา FB สลับซับซ้อนมาก แต่ลืมไปว่าบางทีปัญหาอาจจะมาจากตัว Content หรือโพสต์ที่เรายิงโฆษณานี่แหละ ที่ยังไม่ดีพอ

 

ทางแก้ของปัญหานี้

เรียนรู้ ฝึก หรือจะจ้างคนก็ได้ ยังไงต้องทำ Content ให้ดีให้ได้

 

เราต้องรู้ธรรมชาติของธุรกิจตัวเองด้วยนะคะว่าเน้น Content ประเภทไหนเป็นหลัก เช่น ถ้าเราขายเสื้อผ้าแฟชั่น Content สำคัญคือรูปภาพ เราต้องถ่ายรูปให้สวยให้ได้ ในสไตล์ที่กลุ่มเป้าหมายเราชอบ หรือถ้าเราขายสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เราต้องเขียนให้เยอะ อธิบายให้ดีว่าสินค้าเราคืออะไร จะช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า ฯลฯ

 

ทักษะหลักๆที่คุณจำเป็นต้องมีในการ ขายของออนไลน์ คือ การทำรูปให้สวย + ทักษะการเขียนนำเสนอแบรนด์และสินค้า

 

เรื่องไหนเราไม่ถนัด ต้องจ้างคนมาดูแลตรงนั้น แต่เราในฐานะเจ้าของธุรกิจต้องทราบก่อนว่า “เรื่องนี้สำคัญ” นะคะ

 

4. ยิงโฆษณาให้แม่น ขายของออนไลน์

 

ปัญหานี้ก็เป็นกันเยอะค่ะ คือ สร้างแบรนด์มาดี มีเรื่องเล่าแบรนด์ที่น่าสนใจ พัฒนาสินค้าดีมาก ทำ Content สวย แต่ตกม้าตายที่…. “ไม่ยอมโฆษณา / โฆษณาไม่เป็น” นี่แหละ

 

เพราะการพัฒนาสินค้าให้ดี สร้างแบรนด์ วางแผนการตลาดและทำ Content ให้ดีได้ ขวัญรู้ว่าเราต้องใช้เวลา ความพยายาม และต้องอดทนเรียนรู้หลายๆอย่าง บางอย่างก็ต้องจ้างเค้าทำ เสียเงินสร้างธุรกิจขึ้นมาแล้ว แต่สุดท้าย เรากลับขายของไม่ได้หรือได้ไม่ดีอย่างที่หวังเพียงเพราะ เราไม่สามารถนำเสนอสินค้าของเราไปหาคนที่เค้าอยากได้มันจริงๆ

ต้องทำยังไงก็ได้ ให้เราสามารถนำเสนอแบรนด์ของเรากับกลุ่มเป้าหมายที่ถูกกลุ่มจริงๆ ถ้ายิงเองไม่แม่น ต้องเรียนรู้เพิ่ม หรือจ้างคนมายิงให้ค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกและงบของแต่ละธุรกิจไปนะคะ

 

เรื่องของยิง Ads นี้ ขวัญจะค่อยๆเขียนสอนเทคนิคการยิงโฆษณาไปเรื่อยๆนะคะ เพราะแค่ FB Ads อย่างเดียว ก็มีเรื่องให้พูดถึงหลายหัวข้อมากๆแล้ว

 

ทำการตลาด

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

อัลกอริทึ่มนี่จะมีการพัฒนาระบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ค้นหาข้อมูลได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ  ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Google เพื่อสืบค้นข้อมูลโดยผ่านทางหน้าจอมือถือหรือจากคอมพิวเตอร์ ผู้อ่านก็สามารถรับข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ โดยที่เว็บไซต์ลำดับต้นๆ จะเป็นบทความที่ระบบอัลกอริทึ่มได้จัดลำดับไว้ให้ผู้อ่านว่า บทความนี้ป็นประโยชน์ น่าเชื่อถือ และมีผู้เชี่ยวชาญรับรองว่าบทความที่เขียนขึ้นเป็นความจริง เราขอแนะนำ 3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้น

3 สิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ถูกใจ Google มากขึ้นโดยใช้หลักการ E-A-T

สิ่งที่ผู้เขียนบทความหรือผู้ผลิตเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญ คือการสร้างบทความที่มีผลลัพธ์ไปในทิศทางที่ Google ต้องการนำเสนอแก่ผู้อ่าน ซึ่งในปี 2020 นี้ เราจะเน้นไปที่ เทคนิคการสร้าง  ” E-A-T ”

เทคนิคการ E-A-T คือหลักเกณฑ์ที่ Google ใช้เพื่อกำหนดว่า บทความหรือเว็บไซต์ต่างๆ มีคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดให้ลำดับค้นหาใน Google  มีการปรับเปลี่ยนขึ้นลง

  • Expertise  คือ ผู้เขียนต้องมีความเชี่ยวชาญในบทความที่ตนเขียน
  • Authoritativeness คือ ผู้เขียนมีอำนาจในการแก้ไขบทความและสามารถยืนยันได้ว่าตนเป็นผู้เขียนบทความนั้นๆ
  • Trustworthiness  คือ การสร้างบทความให้มีความน่าเชื่อถือ

ทำไมต้องใช้หลักเกณฑ์ E-A-T 

ย้อนกลับไปในปี 2015 Google ได้เปิดเผยเอกสารที่มีชื่อว่า  Search Quality Evaluator Guidelines เพื่อเป็นคู่มือ ในการกำหนดมาตรฐานของเว็บไซต์ ซึ่ง Google จะมีทีมสำหรับพัฒนาระบบอัลกอริทึ่ม เพื่อให้การจัดลำดับเว็บไซต์มีประสิทธิภาพ

Google ไม่ได้ใช้เพียงแค่เกณฑ์  E-A-T เพื่อจัดลำดับเว็บไซต์ แต่บทความของเว็บไซต์นั้นๆ จะต้องอยู่ในมาตรฐานของ E-A-T ด้วยเช่นกัน ดังนั้น Google จึงปรับปรุงคู่มือเพิ่มเติมในปี 2018 โดยเน้นไปที่การกำหนดมาตรฐานเว็บไซต์ประเภท YMYL

การใช้หลัก E-A-T  จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อ่าน ซึ่งบทความนั้นๆ ควรแสดงชื่อหรืออาชีพผู้เขียน และผู้เขียนบทความสามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำงาน หรือผลงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จะทำให้บทความของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น และสามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เขียนขึ้นมาเป็นความจริง

 

1. Expertise

ความหมายของคำว่า Expertise -> การมีความรู้และทักษะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่ง การที่ผู้เขียนมีความรู้หรือทักษะที่หลากหลาย โอกาสที่ผู้อ่านจะเข้ามาในเว็บไซต์จะเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การสร้าง Engagement บนโลกออนไลน์

โดยการใช้วิธีการสื่อสาร หรือถ่ายทอดข้อมูลไปยังผู้อ่านได้อย่างถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นผู้เขียนจะต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

ในฐานะผู้เขียน คุณอาจมีคำถามในใจว่า  “ฉันสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ของฉันได้อย่างไรบ้าง”  หรือ “มีเทคนิคอะไรบ้าง ที่เราใช้พัฒนาการเขียนคอนเทนต์ของเราได้ “ ในคอนเทนต์นี้มีคำตอบ  โดยเราขอสรุปเทคนิคการเขียนคอนเทนต์เป็นหัวข้อดังนี้

1. คุณควรคำนึงถึงเป้าหมายของผู้อ่าน
เนื่องจาก การที่เรารู้ใจของผู้อ่าน ว่าต้องการอะไร ชอบอ่านบทความประเภทไหน หรือมีกระแสอะไรเกิดขึ้นใหม่บ้าง

2. ผู้เขียนเข้าใจถึง Keyword ของบทความ
เช่น หากผู้อ่านต้องการอ่านบทความที่เกี่ยวกับ การตลาดในบุคดิจิทัล ดังนั้น Keyword หรือคำศัพท์ไหนที่อยู่ในกระแส ณ ขนะนั้น หรือคำศัพท์ไหนที่เป็นคำเฉพาะกลุ่มมากเกินไป หรือใหม่เกินไป อาจจะไม่ใช่ Keyword ที่ลูกค้ากำลังค้นหาอยู่ก็เป็นได้

3. การทำคอนเทนต์ออนไลน์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรมีเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย

4. ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านโดยการใช้ Rich Media
เช่น การใช้ภาพและเสียง การใช้วิดีโอ pop up หรือภาพเคลื่อนไหวอย่าง GIF โดยปรับรูปภาพ ให้เหมาะสมของตัวเนื้อหา

5. ผู้เขียนควรทำการบ้านเพิ่มเติมว่า สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์เพิ่มเติมจากบทความที่เราเขียน และบทความนั้นสามารถต่อยอดหรือสร้างความเข้าใจให้ผู้อ่านได้ดีขึ้น

เมื่อทราบแล้ว เราสามารถเพิ่มเติมเนื้อหาที่มีประโยชน์ หรือแนะนำบทความอื่นเพิ่มเติมโดย

  1. ใส่ลิงก์ที่เป็นบทความเพิ่มเติมเอาไว้ในหน้าเว็บไซต์
  2. ถึงแม้ว่า ผู้อ่านกดลิงก์ไปยังหน้าบทความอื่น แต่ยังเป็นบนเว็บไซต์เดิมของเรา
  3. บทความจะเปิดไปยังหน้าต่างใหม่ ทำให้ผู้อ่านใช้เวลากับเว็บไซต์เรานานขึ้น

 

2. Authority

การเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานเขียนถือว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบขั้นพื้นฐาน ในขณะที่นักเขียนคนอื่น ๆ กำลังมองหาแหล่งอ้างอิงใหม่ๆ เพื่อเขียนบทความโดยใช้ชื่อของคุณ (ชื่อของผู้เขียน) หรือแบรนด์ของคุณเป็นแหล่งอ้างอิง ถึงหัวข้อที่เขียนบทความขึ้น สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คุณไม่ได้เป็นแค่ผู้เชี่ยวชาญ แต่คุณคือ Authority (ผู้ที่มีอำนาจหรือเป็นเจ้าของบทความนั้น ๆ ที่ผู้อื่นอ้างอิง)

วิธีประเมินว่าเรา มีความเชียวชาญในบทความที่เราเขียนหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จาก

  1. ชื่อของผู้เขียนจะต้องลิงก์กับเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถกดเพื่อเข้าไปที่หน้าโพรไฟล์ของคุณได้ สิ่งนี้ทำให้ลำดับเว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่ในลำดับที่สูงขึ้น
  2. Google พิจารณาจากการที่บทความได้กล่าวถึงตัวผู้เขียน หรือเว็บไซต์ของผู้เขียน
  3. บทความ มีการแชร์ออกไปบนโลกโซเชียล สามารถสร้าง Authority ให้กับผู้เขียนได้
  4. การที่คนใช้ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อของผู้เขียนในการค้นหา
  5. การที่ผู้อ่านสามารถหาข้อมูลของผู้เขียนหรือแบรนด์ได้จากหน้า Wikipedia ซึ่งวิธีนี้อาจจะไม่ง่าย จนกว่าแบรนด์ของคุณ หรือตัวผู้เขียนไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง

3. Trustworthiness

Trustworthiness คือ ความน่าเชื่อถือบทความ

นอกเหนือจากการเน้นเทคนิค Expertise และ Authoritiveness เพื่อพัฒนาให้เว็บไซต์ของเราอยู่ใน ลำดับที่สูงขึ้น การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการวัดคุณภาพบทความ วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือในกับบทความเรา อาจจะมาจากการแนะนำผ่านเว็บไซต์อื่นๆ เช่น Tripadvisor, Trustpilot, Facebook, Google My Business

นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์โดย

  1. การสร้างช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของเว็บไซต์โดยตรง
  2. การระบุตำแหน่งที่ชัดเจน หากมีหน้าร้านค้า หรือบริษัท เพื่อติดต่อ
  3. การสร้างข้อกำหนดและเงื่อนไข  (T&Cs page) ซึ่งเป็นการกล่าวถึงเจตนา และจุดประสงค์ของเว็บไซต์เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงข้อกำหนดต่างๆ ก่อนใช้งาน
  4. การสร้าง Domain เพื่อความปลอดภัย และอีกทั้งยังเป็นมาตรฐานสากลในการเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  5. สร้าง Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัว) เพื่อรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ และแสดงถึงความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เ
  6. ว็บไซต์ควรมีนโยบายการคืนเงินและสินค้า หากเว็บไซต์ของคุณมีช่องทางชำระเงิน
  7. ผู้เขียนมีการอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูล ว่ามาจากแหล่งไหน และคอนเทนต์นั้นๆ สามารถอ้างอิงไปถึงตัวผู้เขียนคอนเทนต์ได้

 

ทำการตลาด

ปัจจัยในการทำ SEO มีอะไรบ้าง

ปัจจัยในการทำ SEO มีอะไรบ้าง

 

ปัจจัยในการทำ SEO มี 7 ข้อหลักดังต่อไปนี้

  1. โฮสติ้งหรือที่ๆ เราใช้ฝากเว็บไซต์ของเรา
  2. ชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนม
  3. Title หรือชื่อจำกัดความของหน้าเว็บไซต์
  4. Description หรือคำอธิบายของหน้าเว็บไซต์
  5. Keyword หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
  6. Content หรือเนื้อหาของเว็บไซต์
  7. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย

ข้อดีที่เราจะได้รับจากการทำ SEO

เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้รับการจัดลำดับ ในอันดับที่ดีขึ้น (ยิ่งเป็นอันดับที่ 1 ใน Keyword นั้น ๆ ด้วยยิ่งดี) เพื่อให้มีคนได้มีโอกาสเข้าเว็บเรามากขึ้นโดยการคลิกที่ลิงค์จากการค้นหาผ่าน Search Engine เพื่อเป็นการประหยัดค่าโฆษณาเว็บไซต์ของเรา ที่ไปติดโฆษณาในที่ต่าง ๆ เพื่อทำให้เว็บไซต์เราสามารถขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น (อันนี้เหมาะกับเว็บ e-Commerce และ e-Marketing ต่าง ๆ ) เพราะการค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine มีคนใช้ถึง 81% เราต้องทำให้คนรู้จัก เราให้ได้มากที่สุด การทำ SEO เป็นการประหยัดเวลาระยะยาว (แต่ใช้เวลาทำนานไม่น้อยกว่า 6 เดือน) ถ้าคุณติดลำดับต้น ๆ ในหน้าแรกแล้วจะทำให้เกิดการคลิกและเข้าเว็บเรามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำ SEO มีอะไรบ้าง

  • สามารถทำให้ได้กลุ่มลูกค้าที่ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้
  • สามารถโปรโมทเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของท่าน
  • ทำให้เว็บไซต์ของท่านติดอันดับบนเว็บเสิร์ชเอ็นจินได้
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเมื่อเทียบกับการโฆษณาประเภทอื่นๆ
  • ทำให้เว็บไซต์ของคุณง่ายต่อการค้นหาบนเว็บเสิร์ชเอ็นจิน

SEO ทำอย่างไร

วิธีการทำ SEO สามารถแบ่งได้ตามปัจจัยในการทำ SEOซึ่งหลักๆ มีดังต่อไปนี้

  1. ควรเลือกโฮสติ้งที่ดีมีมาตรฐานไม่ล่มบ่อย มี bandwidth ในการเข้าถึงที่ดีจากต่างประเทศเพราะ bots หรือ spider ของเว็บ Search Engine นั้นมาจากต่างประเทศเป็นหลัก
  2. ชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนม ควรใช้ชื่อที่สื่อความหมายได้ตรงกับสินค้าหรือตรงกับ keyword ที่เราต้องการทำ SEO
  3. Title หรือชื่อจำกัดความของหน้าเว็บไซต์ ต้องมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันกับ keyword ที่เราต้องการทำ SEO
  4. Description หรือคำอธิบายของหน้าเว็บไซต์ ต้องสามารถอธิบายและขยายความ title ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดีและสั้นกระชับได้ใจความ
  5. Keyword หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ และต้องตรงกับ keyword ที่เราต้องการทำ SEO
  6. Content หรือเนื้อหาของเว็บไซต์ ต้องเขียนขยาย description อีกทีนึงให้รายละเอียดที่ครบถ้วน
  7. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย เช่นการใช้ SSL เข้ามาช่วยในการเข้ารหัสการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องลูกค้ากับเครื่อง server แม่

 

ทำการตลาด

การต่อประกันภัยรถล่วงหน้า

ประกันภัยรถล่วงหน้า ​จะแย่แค่ไหนถ้าต้องเกิดอุบัติเหตุในวันที่ประกันขาดพอดี แบบนี้จะจัดการอย่างไรล่ะ ค่าซ่อมก็ต้องจ่าย ค่าเสียหายก็ต้องชดใช้ ซวยซ้ำซวยซ้อนเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าเป็นการป้องกันประกันขาดที่ดีที่สุด แต่หลายคนคงจะมีคำถามว่าต้องต่อล่วงหน้าเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม และการต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้ามีข้อดียังไง และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราลืมต่อประกัน

1. วันคุ้มครองจะได้ต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วง ประกันภัยรถล่วงหน้า

คุณเป็นประเภทชอบความเสี่ยงหรือเปล่า? ที่ประกันหมดกลางวัน แล้วดิ่งขับรถไปต่อตอนบ่าย แล้วคุณแน่ใจได้อย่างไรว่าระหว่างวันจะไม่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อะไรที่มีเหตุให้ต้องเรียกประกัน หรือต้องมานั่งลุ้นไม่กล้าขับรถออกจากบ้าน นั่งรอจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ ถ้าเป็นแบบนี้น่าจะไม่ดีแน่ ๆ การต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณใช้รถของคุณได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าเมื่อไหร่นะ ที่อายุประกันของเราจะหมดแล้ว ไม่ต้องมานั่งนับวันด้วยตัวเอง ทำการต่อล่วงหน้าจะได้หมดความกังวลและไม่ต้องมาเสียเวลากับปัญหานี้ ให้ทุกการเดินทางของคุณอุ่นใจด้วยการคุ้มครองที่ต่อเนื่องดีกว่า

 

2. มีเวลาสำหรับการเลือกบริษัทประกันภัยที่ดีที่สุด

การจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ดี ๆ สักหนึ่งเจ้า บางคนอาจจะเลือกต่อเจ้าเดิมเพิ่มความคุ้มครองต่อไปแบบไม่คิดอะไรมาก แต่บางคนก็จะได้มีเวลาเลือกซื้อ เลือกสรร ลองเปรียบเทียบความคุ้มครอง เช็คเบี้ยประกันที่อาจจะมีการอัปเดตใหม่ ๆ เพื่อหาว่า ณ เวลานี้ประกันภัยรถยนต์เจ้าไหนที่ดูคุ้มค่าและเหมาะสมกับรถของคุณมากที่สุด หากคุณปล่อยปละละเลยคิดเพียงแค่ว่าหมดแล้วค่อยไปต่อ ถึงเวลาก็ค่อยไปทำ อาจจะทำให้คุณพลาดสิ่งที่ดีกว่าไปก็ได้ คอยติดตามข่าวสาร เงื่อนไขหรือข้อเสนอใหม่ ๆ จากบริษัทประกันภัยรถยนต์หลาย ๆ แหล่งดู ศึกษาและเปรียบเทียบให้ดีเพื่อให้ได้สิ่งที่ที่สุด

 

3. ช่วยวางแผนการใช้จ่ายเงิน

อยู่ ๆ ประกันภัยรถยนต์ก็หมดอายุแบบไม่ทันตั้งตัว ถึงเวลาจะไปต่อกลับติดขัดเรื่องการเงินเสียอย่างนั้น จะทำการต่อก็ต้องรอเงินเดือนเข้าหรือเมื่อมีความพร้อมทางด้านการเงินอีกครั้ง แต่ถ้าเกิดทุกอย่างพร้อมใจที่จะไม่เป็นใจให้คุณขึ้นมาล่ะ อยู่ ๆ รถของคุณถูกเสยขึ้นมา ประกันภัยก็หมด เงินสดก็ไม่มี เป็นแบบนี้เห็นทีว่าคงจะแย่ แต่ถ้าคุณต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าเมื่อพร้อมเรื่องการเงิน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปไร้ความกังวล ขับขี่รถได้อย่างสบายใจนั่นเอง

4. ประหยัดเวลาได้ดี

ถ้าประกันภัยรถยนต์คุณหมดอายุลงแบบไม่ทันเตรียมตัว อาจทำให้คุณต้องรีบหาเวลาเพื่อไปต่อมันใหม่ และนั่นอาจทำให้คุณต้องเสียเวลาที่จำเป็นเพื่อจะรีบไปต่อประกันภัยรถยนต์แบบให้ทันท่วงที อาจจะต้องเจียดเวลางาน หรือเวลาส่วนต่อที่สำคัญตอนนั้นเพื่อไปจัดการธุระเรื่องการต่อประกัน เผลอ ๆ ผ่านไปหลายด้วยซ้ำกว่าจะหาเวลาไปต่อประกันภัยได้ แต่ถ้าคุณคิดทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้า คุณจะใช้เวลาตอนไหนก็ได้ที่คุณสะดวก ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไป สามารถใช้เวลาระหว่างที่ประกันภัยรถยนต์เก่ายังคงคุ้มครองอยู่ไปใช้ได้อย่างไรความกังวลใด ๆ เพราะระยะเวลาการต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้า มีมากพอที่จะให้คุณดำเนินการได้อย่างสบาย ๆ ไม่รีบร้อน ได้ใช้เวลาที่จำเป็นของคุณไปทำอย่างอื่นให้เกิดประโยชน์ได้ด้วย

ควรต่อ ประกันภัยรถล่วงหน้า กี่เดือน?

การต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าต้องดำเนินการล่วงหน้ากี่เดือน โดยส่วนใหญ่เราสามารถต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าอย่างน้อยช่วง 6 เดือน ลงมา จนถึง 1 วันก่อนหมดอายุกรรมธรรม์ฉบับเดิม อาจแบ่งเป็นช่วง 6 เดือน, 3 เดือน, 1 เดือน, 1 สัปดาห์ หรือ 1 วัน ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันออกไป

โดยส่วนใหญ่จะนิยมต่อล่วงหน้า 3 เดือน เป็นช่วงเวลาที่กำลังพอเหมาะพอดี เพราะมีเวลาได้มากพอที่จะช่วยให้คุณหาประกัน เลือกเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทหลาย ๆ ที่ ที่เหมาะกับความต้องการของคุณมากที่สุด

การต่อประกันรถล่วงหน้า ยังช่วยให้มีเวลามากพอในการเตรียมสภาพรถในด้านอื่น ๆ ได้ อย่างเช่นการต่ออายุประกันภัยรถยนต์พร้อมพ.ร.บ. ที่สามารถทำได้ล่วงหน้า อีกทั้งยังสามารถนำ พ.ร.บ. ไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน

เพราะภาษีรถยนต์สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ 3 เดือน เรียกได้ว่าทำทีเดียวครบสูตร ประหยัดเวลาและครอบเครื่องไปในทีเดียว  รวมไปถึงช่วยให้เราสามารถจัดสรรเรื่องการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะเราดำเนินการทุกอย่างเมื่อพร้อม

ตรงกันข้ามถ้าในระยะเวลาที่กระชั้นชิด อย่างเช่นช่วง 1 สัปดาห์หรือ 1 วัน อาจทำให้คุณมีเวลาติดสินใจได้ไม่มากพอที่จะเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ตรงใจและตอบโจทย์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ด้วยภาวะเร่งรีบจะทำให้คุณเลือกต่อประกันภัยรถยนต์โดยไม่ทันได้ศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และนั่นอาจทำให้คุณพลาดข้อเสนอ เงื่อนไขดี ๆ ที่สมควรจะได้ไปอย่างน่าเสียดาย เผลอ ๆ มาเจอบริษัทที่ดีที่คุ้มค่ากว่าทีหลัง ทำเอาคุณคับแค้นช้ำในอกไปหลายวันแน่ ๆ

เสี่ยงแค่ไหนถ้าลืมต่อประกันภัย

คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมากแค่ไหน? ถ้าประกันรถยนต์หมดแล้วลืมต่อประกันหรือไปทำประกันภัยรถยนต์ล่าช้า มั่นใจแค่ไหนว่าระหว่างที่รถขาดประกันนี้คุณจะไม่โชคร้ายพารถไปเฉี่ยวไปชน หรือประสบเหตุใด ๆ ที่ทำให้การเรียกหาประกันมันเป็นเรื่องที่ไร้ค่า ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่วันเดียวหรือชั่ววินาที

ถ้าประกันภัยรถยนต์คุณหมดความคุ้มครองแล้ว สิทธ์ใด ๆ ที่คุณเคยมีจะว่างเปล่าและไร้ความหมายในทันที ความเสี่ยงที่จะต้องเจอมันคุ้มค่าแล้วเหรอกับการที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณีเองยังไม่รวมค่าซ่อมแซมใด ๆ ที่คุณต้องจ่ายมันเองอีกด้วยนะ

อย่าชะล่าใจว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะไม่เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง และบอกกับตัวเองว่าหยวน ๆ น่า ไม่เป็นไรหรอก วันสองวันเอง เพราะถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาจริง ๆ สิ่งที่คุ้มจะต้องแลกมันได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นมาต่อ ประกันภัยรถล่วงหน้า กันนะ

 

ซื้อรถ มือสอง

การตั้งราคาขายรถยนต์มือสองมีเกณฑ์อะไรบ้าง

การตั้งราคาขายรถมือสอง การขายรถมือสองใช่ว่าอยากจะขายราคาเท่าไหร่ก็สามารถตั้งได้ เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นก็มีราคากลางในการจำหน่ายเช่นเดียวกัน แล้วเกณฑ์ในการกำหนดราคารถมือสองมีอะไรบ้าง

สําหรับผู้ที่จะลงประกาศขายรถยนต์ด้วยตัวเอง โดยไม่ผ่านเต็นท์รถยนต์ สามารถกําหนดราคาได้อย่างหลากหลาย โดยการกำหนดราคาของรถยนต์ มือ สองนั้น ขึ้นกับสภาพของรถที่เพื่อนๆ นำไปลงประกาศ

สําหรับการฝากขายในเต็นท์รถยนต์นั้นจะมีการหักค่าวางขายที่ 10% แต่ว่า สําหรับเพื่อ การประกาศขายรถยนต์ บนอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถตั้งราคาได้ง่ายดายเสียยิ่ง กว่า แล้วจะทราบได้เช่นไรว่าราคามากแค่ไหน ก็เลยจะสมควร

เกณฑ์การตั้งราคาขายรถมือสอง ดังนี้

1. ราคากลางของตลาด ยึดประกาศราคากลางของการขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มือสองจากกรมการขนส่งทางบกเป็นแนวทางในการตั้งราคา

ทางกรมการขนส่งทางบกจะออกเกณฑ์ราคาของรถทุกรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถสำรวจเพิ่มเติมสำหรับราคากลางของรถรุ่น และปี ที่จะวางขาย จากแหล่งซื้อ-ขายรถมือสองที่น่าเชื่อถือ เช็คอีกครั้งด้วยเครื่องมือช่วยประเมินราคารถ เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นกลางที่สุด โดยราคากลางของรถยนต์ทุกรุ่นในปี 2561

2. ประวัติรถ

ติดต่อตัวแทนประกันรถยนต์ เพื่อเช็คประวัติการซ่อม และการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละเดือน โดยประกันรถยนต์จะตรวจสอบ และมอบรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมไปถึงประวัติการซ่อมแซมที่อาจหลงลืมให้ นอกจากนี้ประกันยังช่วยเช็คตัวเลขไมล์บนหน้าปัด ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวช่วยให้สามารถตั้งค่าเสื่อมสภาพของรถที่เหมาะสมได้

3. การปรับแต่งตัวรถ

การแต่งรถที่นอกจากเรื่องของความสวยงาม หรือแต่งเพื่อโชว์อัตลักษณ์เฉพาะบุคคลแล้ว การแต่งรถให้มีน้ำหนักเบา ช่วยลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิง และช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เป็นข้อดีเล็กๆ ที่ทำให้เพิ่มมูลค่าให้กับรถของเพื่อนๆ ได้ เพราะในยุคนี้ใครๆ ก็อยากได้รถที่ประหยัดน้ำมัน แต่ว่าถ้าติดถังแก๊ส LPG หรือ NGV กลับกลายจะเป็นการลดมูลค่าให้รถยนต์ลงนะคะ ฉะนั้นควรเช็คตัวเองดีๆ ว่าซื้อมาเพื่อใช้ หรือมีแพลนจะขายรถต่อในเวลาอันใกล้ไหม ไม่เช่นนั้นอาจขายได้ในราคาที่ต้องการไม่ได้

4. สถานะการเงินของรถ

สถานะการเงินของรถเป็นหนึ่งใน การตั้งราคาขายรถมือสอง การขายรถให้ได้ราคาดีควรเป็นรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว และเป็นชื่อของเราจริงๆ เพราะการซื้อรถที่ยังผ่อนไม่หมดนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องยากพอสมควร หากต้องมีการเจรจากับไฟแนนซ์ แล้วอีกอย่างเงินที่เราได้จากการขายรถก็อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากต้องนำไปโป๊ะไฟแนนซ์อีก ทางที่ดีควรใช้วิธีขายราคาดาวน์ และนำสัญญาผ่อนไปรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้ซื้อทำการผ่อนต่อจะดีที่สุด

5. ตั้งเป้าหมายราคาขาย

ดูว่าเราต้องการขายรถในราคาเท่าไหร่ แล้วตั้งเป้าหมายไปเลย หากต้องการขายให้ได้เงินเพิ่ม 10% สามารถคำนวณง่ายๆ ได้ดังนี้

หักค่าเสื่อม 25% จากราคาเดิม (รถขับหนึ่งปี) บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตัวอย่างเช่น

ราคาเดิม (รถอายุหนึ่งปี) 7 แสนบาท

ค่าเสื่อมสภาพ 25% = 175,000 บาท + ภาษีฯ 7% (12,2500 บาท) = 187,250 บ.

ดังนั้น 10% สำหรับต่อรองราคาจะอยู่ที่ 187,250 บาท

6. คู่มือประกอบรถ หรือ Service Book

ทั้งคู่มือประกอบรถ หรือ Service Book เป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชื้อรถของเพื่อนๆ ได้ โดยประวัติการบำรุงรักษาจะถูกระบุอยู่ภายในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเมื่อมีการยืนยันประวัติที่ดีจากทั้งการจ่ายเบี้ยประกัน และการบำรุงรักษาแล้ว สิ่งนี้จึงจะช่วยให้การขายรถมือสองไม่ใช่เรื่องยากของการขาย

 

ซื้อรถ มือสอง

วัดวังตะวันออก

วัดวังตะวันออก ตั้งอยู่เยื้องๆ กับวัดวังตะวันตก ซึ่งเดิมทีวัดทั้งสองแห่งเป็นที่ตั้งนิวาสสถานของคุณหญิงปรางค์ มารดาของพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ต้นตระกูล ณ นคร เมื่อต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นสนมของพระเจ้าตากสินที่เจ้านครพัฒน์ถวายให้ ต่อมาเมื่อเจ้านครพัฒน์เสียชีวิตลง

พระเจ้าตากจึงทรงรับสั่งให้พาคุณปรางค์กลับเมืองนครศรีธรรมราช แต่มาทราบภายหลังว่าคุณปรางค์ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน จึงรับสั่งสร้างวังใหม่ ต่อมาได้ยกถวายให้สร้างวัดเมื่อปี พ.ศ.2530 ซึ่งจะมีเส้นทางเดินระหว่างกลางในพื้นที่ของวัด ที่เป็นทางสัญจรของประชาชานทั่วไป ปัจจุบันเป็นถนนราชดำเนิน จึงเป็นเหตุให้วัดทั้งสองแยกออกจากกัน

ในอดีต บริเวณพื้นที่วัดวังตะวันตกนี้ ชาวเมืองนครฯ รู้จักกันในนาม ป่าขี้แรด (พืชพื้นถิ่นชนิดหนึ่ง) พื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นที่ค้างศพตามประเพณีการจัดการศพในท้องที่ โดยบรรทุกศพลงเรือออกมาทางประตูผีทิศตะวันตกของกำแพงเมือง ล่องขึ้นเหนือไปตามคลองท้ายวังแล้วนำศพไปไว้บนพื้นที่ที่เป็นป่าขี้แรด

เมื่อประเพณีค้างศพเลิกได้รับการนิยมจึงกลายเป็นพื้นที่เปล่า ปล่อย “ตากแดด” ทิ้งไว้จนกลายเป็นอีกชื่อเรียกละแวกโดยรอบนั้นว่า “บ้านตากแดด” ต่อมาเจ้าจอมมารดาปราง (พระสนมในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ธิดาในพระเจ้านครฯ (หนู) ซึ่งได้พระราชทานแก่เจ้าพระยานครฯ (พัฒน์))

ได้คิดปรับปรุงเป็นอุทยานเพื่อการพักผ่อนของท่านและบุตรชาย โดยเหตุที่อุทยานนี้อยู่ตรงข้ามกับวังตะวันออกอันเป็นนิวาสสถานของเจ้าจอมมารดาปราง ชาวเมืองจึงเรียกอุทยานนี้ว่า วังตะวันตก ครั้นเมื่อเจ้าจอมมารดาปรางสิ้นชีพิตักษัย เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ผู้บุตรซึ่งรั้งตำแหน่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช

ต้องรับภาระจัดการพระศพ ก็ผูกพระเมรุขึ้นในอุทยานเพื่อเป็นที่ปลงศพ หลังจากนั้นจึงได้ยกวังตะวันออกให้เป็นวัด ตั้งชื่อว่าวัดวังตะวันออก และดัดแปลงวังตะวันตกให้เป็นวัดเช่นเดียวกัน เรียกกันว่า วัดวังตะวันตก

พ.ศ. ๒๓๘๐ เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ได้ดำริให้ก่ออิฐถือปูนสร้างพระพุทธรูปขึ้นองค์หนึ่งบนเนินดินซึ่งเคยก่อพระเมรุปลงศพมารดา ตามธรรมเนียมเดียวกันกับงานออกพระเมรุมาศพระศพพระบิดา ณ สนามหน้าเมือง อ่านต่อ

หอสวรรค์

หอสวรรค์ เป็นจุดชมทิวทัศน์ บริเวณเทือกเขาภูเก้า มองเห็นทิวทัศน์ของที่ราบจังหวัดหนองบัวลำภู และผืนป่าเขียวขจีของอุทยานแห่งชาติกว้างไกลไปจนถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์

บริเวณนี้มีก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมหน้าผา ความสูง 30 เมตร มีบันไดขึ้นไปบนก้อนหินซึ่งมีศาลาตั้งอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกจุดชมวิวบนหินก้อนนี้ว่า “หอสวรรค์”

หอสวรรค์ เป็นจุดชมวิว มุมสูงลักษณะเป็นการสร้างศาลาชมวิวค่อมอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ริมหน้าผา ความสูงของก้อนหิน 30 เมตร สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์มุมกว้างของอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

การเดินทาง ห่างจากวัดพระพุทธบาทภูเก้า ต.นิคมพัฒนา อ. โนนสัง
จ.หนองบัวลำภู ประมาณ 1 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู พื้นที่ตอนล่างของจังหวัดอุดรธานี และพื้นที่ตอนบนของจังหวัดขอนแก่น ภูเก้า นั้นมีลักษณะรูปร่างคล้ายกระทะหงาย

โดยมีที่ราบอยู่ตอนกลาง ซึ่งสันนิษฐานว่าพื้นที่ส่วนนี้อาจจะเป็นซากภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้วหลายร้อยล้านปี หรือไม่ก็เป็นลักษณะที่เกิดจากการโก่งตัวของเปลือกโลก เทือกเขาภูเก้ามีลักษณะเป็นเทือกเขาสองชั้นโดยชั้นนอกมีความลาดชันมากกว่าชั้นใน ส่วน ภูพานคำ

เป็นแนวทิวเขายาวบนเทือกเขาภูพาน บนสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยป่าเต็งรังและป่าบญจพรรณ ที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำมีสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมมาก หอสวรรค์ อยู่ห่างจากวัดพระพุทธบาทภูเก้า ประมาณ 3 กิโลเมตร อ่านต่อ